Creative

วทน.ขับเคลื่อน‘สมาร์ทฟาร์ม’

16 ก.พ. 2560

แพลตฟอร์ม GenFarm ตัวกลางแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรโดยเฉพาะ โดยนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยี IoT ช่วยเกษตรกรวางแผนการเพาะปลูกอย่างเป็นระบบ คาดการณ์ต้นทุน กำไร ปริมาณผลผลิตที่เหมาะสมในแต่ละรอบการผลิต ตอบสนองความต้องการของตลาดและลูกค้าได้ถูกต้องแม่นยำ


ตัวอย่างผลงานวิจัยตอบโจทย์เกษตรอุตสาหกรรม ซึ่งมีมูลค่าถึง 1.37 ล้านล้านบาทโดยบริษัท เทค โลจิสติก เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผ่านโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ไอแทป) สวทช. มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการภาคเกษตรกรรม (SMAEs) ให้ก้าวไปสู่การเป็นเกษตรอุตสาหกรรม 4.0 (Agro-Industry 4.0) ได้เร็วขึ้นตามนโยบายรัฐบาล


“ขณะนี้ระบบดังกล่าวอยู่ระหว่างการทดลองใช้งานในกลุ่มพืชสวนและเตรียมขยายผลไปยังกลุ่มเกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศในอนาคต เพื่อให้สามารถควบคุมปัจจัยการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด” ภูธนิน ปิยาภิมุข ผู้จัดการโครงการ บริษัท เทค โลจิสติก เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด กล่าว


ควบคุมต้นทุนด้วยไอที


บริษัท ฟาร์มดี เอเชีย จำกัด อีกหนึ่งผู้ประกอบการที่นอกจากจะใช้โดรนพ่นยาและสำรวจเก็บข้อมูลตามความต้องการเกษตรกร ยังมีหุ่นยนต์พ่นยาและปุ๋ย อนาคตนำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีเข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เพื่อวัดค่าความชื้น ความเป็นกรดด่าง ฯลฯ ในการควบคุมปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เพื่อให้ผลผลิตออกมาดีที่สุด เป็นการขยายตลาดกว้างขึ้น บริษัทมีประสบการณ์พื้นฐานมาจากการทำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี ซึ่งเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมต่างๆ มากขึ้น ล่าสุดขยับไปถึงอุตสาหกรรมการเกษตร โดยพัฒนาฟาร์มเห็ดอัจฉริยะติดตั้งเซนเซอร์ดูแลเรื่องระบบน้ำอัตโนมัติ ตัดปัญหาแรงงานคน จากที่ต้นทุนผันแปรทำให้เป็นต้นทุนคงที่


"ปัจจุบันกลุ่มเกษตกรรมมีมูลค่าการส่งออกสูงขึ้นและประเทศไทยเปรียบเสมือนเป็นศูนย์กลางทางการเกษตร ถือเป็นโอกาสและยังไม่มีใครทำมาก่อน แต่ต้องยอมรับว่าเกษตรกรขาดความรู้ทางเทคโนโลยี จึงต้องเน้นให้ความรู้ถึงข้อดีการใช้เทคโนโลยี รวมทั้งมีเกษตกรรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจ เช่น กลุ่มเกษตรทำสวนพริกติดต่อเข้ามาเพื่อใช้โดรนไปพ่นปุ๋ย ไม้ยางพาราใช้ระบบติดตามไม้เกี่ยวกับการตรวจสอบย้อนกลับ หรือไม้กฤษณา สามารถใช้ได้กับการทำเกษตรขนาดใหญ่และเล็ก” ธนาพล โชคสุนทสุทธิ์ ผู้จัดการฟาร์มดีเอเชีย กล่าว


ชีวภัณฑ์ทางเลือกที่ปลอดภัย


ขณะเดียวกันแนวโน้มของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตรคือ ความปลอดภัย ฉะนั้น แนวทางการควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยใช้ไวรัส เอ็นพีวี จึงเป็นทางเลือกในการทำลายแมลงศัตรูพืชแต่ปลอดภัยกับสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม แม้จะออกฤทธิ์ช้ากว่าสารฆ่าแมลงและมีความเฉพาะเจาะจงต่อแมลงศัตรูพืช แต่ก็ปลอดภัยต่อแมลงศัตรูธรรมชาติและแมลงที่มีประโยชน์ และสามารถนำไปใช้ทดแทนสารเคมีกำจัดแมลงได้ 100%
สัมฤทธิ์ เกียววงษ์ นักวิชาการอาวุโส ไบโอเทค กล่าวว่า ตลาดการค้าโลกให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยทางอาหาร แม้กฎหมายของไทยจะยังไม่ครอบคลุม แต่การส่งออกสินค้าเกษตรไปยังประเทศต่างๆ จะถูกกฎเกณฑ์เหล่านี้บังคับให้ผู้ผลิตต้องปฏิบัติตาม


“หากเกษตรกรต้องการสร้างความยั่งยืนต้องหันมาให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่การเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ให้มากที่สุด แต่เป็นการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น”


ทั้งนี้ การเกษตรเชิงอุตสาหกรรมยังมีข้อจำกัดในส่วนของคุณภาพและปริมาณของวัตถุดิบ รวมถึงยังมีปัญหาด้านความพร้อมของเอสเอ็มอี เช่น การขาดแคลนแรงงานระดับล่าง และองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้ต้นทุนการผลิตมีมูลค่าสูง แต่มูลค่าสินค้าเกษตรต่อหน่วยอยู่ในระดับที่ต่ำ ดังนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจในการยกระดับสินค้าด้วย วทน. จึงเชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการไอแทป ซึ่งมีกลไกพร้อมให้การสนับสนุนในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขณะที่ ธ.ก.ส. มีแผนสนับสนุนเอสเอ็มอีเกษตรที่เข้าร่วม “โครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอีเกษตร” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเกษตรกรรายคน ที่ทำการผลิตเกษตรต้นน้ำ ให้เป็นเกษตรกรทันสมัย (สมาร์ทฟาร์มเมอร์)

Advertising

ข่าวล่าสุด