Idea

กางโรดแมพ'สภาวิจัย’ ชี้นำการพัฒนาประเทศ

14 ก.พ. 2560

ส่องอนาคตเส้นทางวิจัยไทยในการบริหารงานของ ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) คนใหม่ ภายใต้โจทย์ใหม่จากนายกรัฐมนตรีที่อยากเห็นการพัฒนาประเทศโดยการใช้งานวิจัย หรือการพัฒนาประเทศให้มากขึ้น แล้วทำให้การวิจัยเกิดสัมฤทธิ์ผลจริง
ชัดเจนระดับนโยบาย วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปีจากนี้ไป ศ.นพ.สิริฤกษ์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่ข้ามห้วยมานั่งเก้าอี้เลขาธิการ วช.จะลดบทบาทจากแหล่งทุนวิจัยและจะทำงานร่วมกับแหล่งทุนวิจัยอื่นมากขึ้น


“กิจกรรมใดที่เคยให้ทุนโดยตรงจะเปลี่ยนไปให้แหล่งทุนวิจัยที่เกี่ยวของเป็นผู้ให้แทน โดยโยกงบไปให้กับหน่วยงานที่มีหน้าที่และบทบาทตรง ซึ่งจะเห็นภาพในปีนี้ เพราะบทบาทของ วช. คือการกำหนดกรอบการวิจัยของประเทศในเรื่องงบประมาณและทิศทาง ส่วนการให้ทุนวิจัยโดยตรงระหว่างโครงการต่อโครงการจะค่อยๆ ลดลง” ศ.นพ.สิริฤกษ์กล่าวถึงแนวทางการบริหารงาน วช.ในยุคที่บอร์ดสภาวิจัยแห่งชาติถูกยุบโดยมาตรา 44
ทั้งนี้ ในแต่ละปี วช.ให้ทุนวิจัยมุ่งเป้า 900 ล้านบาท ซึ่งจะถ่ายโอนให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการต่อ แต่โดยภาพรวมของประเทศจะเห็นว่า ประเทศไทยจะมุ่งเป้าเรื่องอะไร วช.ทำหน้าที่เสริมเรื่องนโยบายแทน


มาตรา 44 นอกจากจะยุบคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งวิจัยแห่งชาติแล้วยังสั่งยุบคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ และคณะกรรมการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ พร้อมทั้งจัดตั้งสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน อีกทั้งมอบหมายให้ วช. ร่วมกับ สำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (สวทน.) เป็นกรรมการและเลขานุการ สภานโยบายวิจัยฯ เป็นหน่วยงานระดับนโยบายที่สนับสนุนข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ หรือเปรียบเสมือนคลังสมองที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไปได้ตามเป้าหมาย พร้อมกันนี้นำองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีอยู่ไปใช้กับเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงและสิ่งแวดล้อมให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งนำความรู้จากศูนย์กลางไปพัฒนาชุมชนในจังหวัดทั่วประเทศ และที่สำคัญคือการเชื่อมต่องานวิจัยและนวัตกรรมไทยสู่สังคมโลก


“ปัจจุบันทิศทางการวิจัยในประเทศดีขึ้น ตัวเลขงบวิจัยทั้งภาครัฐและเอกชนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคเอกชนลงทุนเพิ่มเป็น 3.6-4.0 หมื่นล้านบาท ขณะที่ภาครัฐ 3.5หมื่นล้านบาท โดยภาพรวมตัวเลขงบวิจัยของประเทศ 0.48% จากเป้าหมาย 1% ของจีดีพี ซึ่งเพียงพอสำหรับการลงทุนวิจัยและพัฒนาของประเทศ”


โรดแมพสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ


ศ.นพ.สิริฤกษ์ กล่าวอีกว่า เป้าหมายการวิจัยประเทศมี 3 ประเด็นหลักคือ การนำวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สังคม ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม คิดเป็นสัดส่วน 55% ของงบวิจัยประเทศ, การวิจัยสะสมองค์ความรู้เตรียมพร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ ในอนาคตเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 25% และการปรับโครงสร้างการวิจัยให้เหมาะสม ลดการทำงานซ้ำซ้อน คิดเป็นสัดส่วน 20%


“ในส่วนโครงสร้างนั้นต้องรอให้คณะกรรมการสภานโยบายวิจัยฯ ดำเนินการโดยจะประชุมวาระแรกปลาย ก.พ.นี้ เพื่อหารือรายละเอียดต่างๆ รวมถึงงบวิจัยในปี 2561 คาดว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้จะลงรายละเอียดถึงแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยแบ่งย่อยทุก 5 ปีว่าในแต่ละปีจะให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรก่อนหลังเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันและนำไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ว่าประเทศไทยจะขับเคลื่อนประเทศด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ในอุตสาหกรรมใดก่อนหลังและมีความเป็นไปได้มากที่สุด”


ดังนั้น หน้าที่ของ วช.ต่อจากนี้ไปคือ การให้ข้อมูลสนับสนุนภาครัฐในเชิงนโยบายวิจัยและนวัตกรรมที่มีความชัดเจน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงการปรับปรุงงบวิจัยให้เกิดความต่อเนื่องและตรวจสอบได้ รวมทั้งการพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ชาติ การปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อลดความซ้ำซ้อนและให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น

Advertising

ข่าวล่าสุด