Design

ทำความรู้จัก 'คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ'

4 ก.พ. 2560

คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ อยู่ในความดูแลสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. ณ อาคารบางกอกไทยทาวเวอร์ ถนนรางน้ำ มีจุดเริ่มต้นมาจากระบบเครือข่ายเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำแห่งประเทศไทย ที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ปี 2539 และ เริ่มดำเนินการพัฒนาระบบในปี 2541 โดย สสนก. ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นหน่วยงานวิจัยภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการพัฒนาระบบเชื่อมต่อและเก็บรวบรวมข้อมูลทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เริ่มต้นจาก 5 หน่วยงาน คือ กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ระบบดังกล่าวแล้วเสร็จพร้อมใช้งานในปี 2545 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจพัฒนาและบริหารจัดการน้ำ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาและนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย ข้อมูลจากระบบดังกล่าวยังได้กราบบังคมทูลถวายรายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านเว็บไซต์ทรงงานส่วนพระองค์ weather901 ซึ่งทรงติดตามสถานการณ์น้ำผ่านเว็บไซต์เป็นประจำทุกวัน ต่อมาในปี 2555 สสนก. ได้น้อมนำแนวพระราชดำริในการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการน้ำ ขยายผล รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านทรัพยากรน้ำและภูมิอากาศ จำนวน 12 หน่วยงาน ได้แก่ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมเจ้าท่า กรมอุทกศาสตร์ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาที่ดิน และ กรมทรัพยากรธรณี เกิดเป็น “คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ”

และในปี 2558 รัฐบาลได้มอบหมายให้ สสนก. ขยายการเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มขึ้นเป็น 34 หน่วยงาน ปัจจุบันมีข้อมูลทั้งหมด 388 รายการ ประกอบด้วยข้อมูลติดตามสภาพอากาศ เช่น เส้นทางพายุ ภาพถ่ายจากดาวเทียม การติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศจากค่าความสูงของน้ำทะเลและอุณหภูมิผิวน้ำทะเล แผนภาพคาดการณ์ฝนล่วงหน้า 7 วัน จากแบบจำลองสภาพอากาศ (WRF Model) และข้อมูลติดตามสถานการณ์น้ำ เช่น ข้อมูลฝนตกในพื้นที่ ปริมาณและระดับน้ำในเขื่อน เส้นทางและสภาพน้ำ แสดงปริมาณการปล่อยน้ำออกสู่ลำน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำในแม่น้ำและลำน้ำสายสำคัญ สำหรับใช้ติดตาม เฝ้าระวัง วิเคราะห์ และคาดการณ์สถานการณ์น้ำ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเดือนธันวาคม 2559 – มกราคม 2560 คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ โดย สสนก. ได้ใช้งานสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤติ ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนำชุดอุปกรณ์ระบบติดตามสถานการณ์น้ำและเจ้าหน้าที่ สสนก. ไปประจำการ ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี จัดตั้งเป็น “ศูนย์ปฏิบัติการร่วมเตรียมพร้อมรับมือหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมภาคใต้” ทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูล ติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ และร่วมวิเคราะห์แนวทางบรรเทาอุทกภัย สามารถสนับสนุนการทำงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทำให้การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเป็นไปอย่างเหมาะสมและทันเวลา เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้ก่อนเกิดเหตุ สามารถจัดเตรียมเครื่องมือและเครื่องจักรสำหรับบรรเทาอุทกภัยไปยังพื้นที่เป้าหมายล่วงหน้า เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในพื้นที่ที่จะเกิดเหตุได้อย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ โดย สสนก. ยังได้ติดตามสถานการณ์ในภาคใต้อย่างใกล้ชิดเรื่อยมา และร่วมตรวจสอบแนวโน้มสถานการณ์กับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พบว่าสถานการณ์จะทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจประกาศยกระดับการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) และได้จัดตั้งกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ส่วนหน้า) ขึ้น ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี และเขต 12 สงขลา เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

ความสำเร็จของปฏิบัติการดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ “คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ” ในการสนับสนุนการตัดสินใจบริหารจัดการสถานการณ์น้ำในภาวะวิกฤติ โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมจากหน่วยงานต่างๆ แสดงผลร่วมกันบนระบบติดตามสถานการณ์น้ำ ทำให้เห็นข้อมูลสถานการณ์น้ำได้อย่างครบถ้วน เช่น พื้นที่ฝนตกหนัก พื้นที่น้ำล้นตลิ่ง การคาดการณ์พื้นที่ฝนตกหนัก และพื้นที่คลื่นลมแรง จากข้อมูลที่ครบถ้วน ทำให้การวิเคราะห์สถานการณ์มีความถูกต้องทั้งเชิงพื้นที่และเวลา ประกอบกับความแม่นยำของการคาดการณ์ด้วยแบบจำลอง WRF-ROMS จึงสามารถวิเคราะห์ร่วมกับปริมาณฝนและระดับน้ำปัจจุบัน ที่ตรวจวัดได้จากสถานีโทรมาตร ส่งผลให้การกำหนดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยมีความถูกต้องและชัดเจน ช่วยป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยได้

นอกจากนี้ คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ ยังเปิดให้บริการข้อมูลผ่านเว็บไซต์ www.thaiwater.net และ Mobile Application ชื่อ ThaiWater ให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูล สามารถติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศด้วยตนเองได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา

Advertising

ข่าวล่าสุด