Design

MUT มหานครแห่งนวัตกร

20 ม.ค. 2560

ต้นแบบมิเตอร์แท็กซี่ หุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิด หุ่นยนต์อัจฉริยะเฝ้าแปลงผัก ตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์คิดค้นออกสู่สังคมโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร หวังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม


ย้อนไปเมื่อปี 2541 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครแสดงศักยภาพความเป็นหนึ่งด้านเทคโนโลยีขั้นสูงด้วยการออกแบบพัฒนาดาวเทียมดวงแรกของไทย และได้รับพระราชทานชื่อว่า ไทพัฒ เพื่อเก็บภาพบนพื้นโลก รับ-ส่งสัญญาณ วิเคราะห์สัญญาณในระบบดิจิทัล เป็นประโยชน์ในด้านวิศวกรรมศาสตร์ รวมทั้งเป็นสถาบันแรกที่วิจัยและพัฒนามิเตอร์สำหรับรถแท็กซี่ ซึ่งถูกนำไปใช้เป็นมาตรฐานการคิดค่าโดยสารจนถึงปัจจุบัน
ดีไซน์การเรียนรู้พร้อมใช้


รศ.สุเจตน์ จันทรังษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กล่าวว่า เครื่องต้นแบบมิเตอร์แท็กซี่ เป็นงานวิจัยที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย โดยมีผลทำให้การต่อรองค่าบริการแท็กซี่หายไป ทั้งเป็นตัวอย่างของการทำงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่วิจัยที่อยู่บนหิ้งอีกต่อไป โดยเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับผู้ใช้และบริบทในเวลานั้นๆ แสดงถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยที่สามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม
สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นใจและกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดความสนใจทำวิจัยและพัฒนา เช่น เทคโนโลยีติดตามรถยนต์ โดยมีอาจารย์ที่เข้าใจการทำงานวิจัยในแต่ละเรื่องทำหน้าที่ที่ปรึกษา ทั้งนี้ รศ.สุเจตน์ทำงานวิจัยด้านเทคโนโลยีดาวเทียมและวงโคจร ล่าสุดกำลังเขียนตำราคณิตศาสตร์ที่อ้างอิงกับการคำนวณวงโคจรดาวเทียม


“เพราะตำราในเมืองไทยยังไม่มี ส่วนตำราต่างประเทศก็มีเนื้อหาซับซ้อน ผมจึงเขียนให้เห็นภาพว่าความรู้ทางคณิตศาสตร์ที่นำมาใช้กับดาวเทียมมีอะไรบ้าง มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร ผู้เรียนจะสร้างสมการความสัมพันธ์นี้ได้อย่างไรทั้งดาวเทียม ดวงอาทิตย์และโลก เราสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาอธิบายเชิงคณิตศาสตร์ให้เห็นว่า ทำไมการโคจรเป็นวงรีไม่ใช่วงกลม เป็นต้น”
ทั้งนี้ สิ่งที่อยากฝากคือ เรื่องการศึกษาไทยทุกวันนี้จะต้องปฏิรูปจริงจัง ซึ่งขึ้นอยู่ที่ตัวผู้สอนและผู้บริหารสถาบันการศึกษามากกว่าที่จะไปรอรัฐบาลเพราะต้องใช้เวลานาน ขณะที่การแข่งขันรุนแรงขึ้น ฉะนั้น ต้องปรับตัวให้สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้
ในมุมของมหาวิทยาลัยจะเน้นให้ผลงานอาจารย์ได้รับการยอมรับในระดับสากล และนักศึกษาสามารถทำงานระดับนานาชาติได้ ไม่ใช่แค่พูดภาษาอังกฤษได้เท่านั้น การศึกษาเป็นเรื่องการสร้างคน จึงต้องมีความชัดเจนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและไทยแลนด์ 4.0 ตามนโยบายรัฐ


ปั้นนวัตกรตอบโจทย์ชาติ


ผศ.ภานวีย์ โภไคยอุดม รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผน กล่าวว่า สถาบันนวัตกรรมมหานครหรือเอ็มไอไอ ที่เพิ่งจัดตั้งนี้จะเป็นก้าวต่อไปของการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีเป้าหมายผลิตบัณฑิตวิศวกรรมที่เป็นนักนวัตกร โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนให้สอดคล้องกับความต้องการภาคอุตสาหกรรมและกลุ่มนักศึกษารุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิดสะเต็มศึกษาผสมผสานเนื้อหาเชิงทฤษฎีและปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และศิลปะ เข้าด้วยกัน


ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนรู้เสริมตามความสนใจ เรียนสนุกและสร้างสรรค์แบบแอคทีฟเลิร์นนิ่ง เช่น การเรียนเชิงสาธิต Kitchen Chemistry มีการพัฒนาทักษะเฉพาะแต่ละด้าน ฝึกปฏิบัติจริงและฝึกงานในองค์กรทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาทักษะ soft skill เช่น การบริหารความคิดสร้างสรรค์ ทักษะภาษาอังกฤษ หรือการทำงานเป็นทีมรวมทั้งมีห้องปฏิบัติการเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น ด้านหุ่นยนต์ ระบบเครือข่าย ระบบโปรแกรมควบคุม ระบบไฟฟ้าและเครื่องกลควบคุม เป็นต้น


นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและปฏิบัติการด้านนวัตกรรม “ทรูแล็บ@มหานคร” เป็นศูนย์เรียนรู้เปิดโอกาสให้กลุ่มนักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย ระบบคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ศูนย์ประชุม เอื้อต่อการสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม 4.0 ควบคู่ไปกับการจัดให้มีการอบรมทักษะจำเป็นในด้านต่างๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อีกด้วย
“การลงทุนและพัฒนาในหลายด้านที่จะเกิดขึ้นในปีนี้และต่อไป ทำให้สามารถมั่นใจได้ว่า จะสามารถผลิตบุคลากรตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศไทย สู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างยั่งยืน” รองอธิการบดีกล่าว

Advertising

ข่าวล่าสุด