Design

‘สปันซิลค์’ ปั่นไหมเพิ่มฟังก์ชั่น

10 ม.ค. 2560

ขยับจากประโยชน์ใช้สอยในรูปแบบสิ่งทอที่คุ้นเคยสู่ผลิตภัณฑ์ความงามในรูปแบบผ้าไหมมาส์คหน้า เกิดจากอินโนเวทีฟของ “สปัน ซิลค์” ที่ต้องการสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคและคู่ค้าถึงคุณค่าของเส้นไหมที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายกว่าที่คิด คาดภายใน 3 ปีรายได้ขยับเกิน 20%


บริษัท สปัน ซิลค์ เวิลด์ จำกัด ผลิตและจำหน่ายไหมปั่นออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ มีสินค้าไหมปั่นที่มีขนาด รูปแบบและส่วนผสมแตกต่างกันรวมกว่า 300 ประเภท ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นเฉพาะด้านแตกต่างกัน


จากผู้ผลิตมาปั้นแบรนด์


“ที่ผ่านมา เราใช้เวลาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นโซลูชั่นมากขึ้น จากเดิมมีไม่ถึง 10 รายการ ปีนี้จึงมีแผนที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์จากไหมปั่นมากขึ้น นำร่องจากเสื้อซับ ชุดนอนและแผ่นมาส์คหน้าภายใต้แบรนด์ ”ไหม บาย สปันซิลค์“ (Mai by Spun Silk) เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคและคู่ค้าที่เข้ามาซื้อวัตถุดิบและเส้นใยจากบริษัทว่า เส้นไหมสามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายกว่าที่คิด” ปาจรีย์ คิวเจริญวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดบริษัทสปัน ซิลค์ เวิลด์ จำกัด กล่าวถึงที่มาของแนวคิด


เสื้อซับในจากไหมซึ่งมีคุณสมบัติเบา ไม่ร้อนช่วยระบายเหงื่อ ทำให้ไม่เหม็นกลิ่นเหงื่อ ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดการแพ้ เนื่องจากไหมคือโปรตีนที่สร้างมาจากอะมิโนแอซิดในไหมซึ่งมีอยู่ 18 ตัวคล้ายกับผิวมนุษย์ จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และเส้นไหมทุกตัวของบริษัทผ่านการรับรองว่า ไม่มีสารตกค้าง จึงสามารถใช้กับทารกรวมทั้งนำไปทำเป็นชุดชั้นในได้ อย่างไรก็ตาม อนาคตจะผลิตเป็นเครื่องสำอางจากไหมอย่างเช่น มาส์คหน้า คาดว่าหลังจากมีผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ออกสู่ตลาด ยอดขายจะเพิ่มอย่างน้อย 20% ภายในระยะเวลา 3 ปีจากปัจจุบันยอดขายเติบโตปีละ 3-5%


ผลิตภัณฑ์แรกที่สปันซิลค์ทำวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมคือไหมอีรี่ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยใช้เวลา 3 ปีพัฒนาเส้นใยและเครื่องจักรให้เหมาะกับเส้นไหมอีรี่ พร้อมๆ ไปกับการส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงไหมอีรี่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้ปริมาณวัตถุดิบเพียงพอที่จะผลิตระดับโรงงาน กระทั่งได้เส้นไหมที่ฟูนุ่มเหมือนผ้าแคชเมียร์เก็บความอบอุ่นได้ดี แต่ไม่เงาเหมือนเส้นใยจากไหมหมอน ซึ่งเหมาะกับเสื้อผ้าที่ใส่ประจำวัน กลุ่มเป้าหมายแรกคือ ญี่ปุ่นและยุโรป เพราะเป็นผ้าที่เหมาะกับการใช้ช่วงที่อากาศเย็นๆ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการระบายความร้อนและเหงื่อได้ดี


เป้าหมายซิลค์โซลูชั่น


อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้จำกัดว่าวัตถุดิบที่นำมาทำผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไหมอีรี่หรือไหมหมอนเท่านั้น เพราะบริษัทไม่ได้มีวัตถุดิบแค่ไหมอีรี่หรือไหมหมอน แต่ยังมีไหมสีทองด้วย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนความเป็นไหมไทยและภูมิปัญญาไทยได้อย่างชัดเจน จึงนำผลิตภัณฑ์นี้ไปนำเสนอในตลาดญี่ปุ่น เพื่อนำไปทอเป็นผ้ากิโมโนสีเหลืองทองโดยไม่ต้องนำไปย้อมสี ซึ่งได้รับความนิยมมาก


ปาจรีย์ กล่าวว่า เป้าหมายของบริษัทคือ ต้องการเป็นซิลค์โซลูชั่นของทั่วโลก ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตเส้นไหมป้อนโรงงาน ผู้ผลิตสินค้าเท่านั้น เปรียบเสมือนเป็นที่ปรึกษาให้กับคู่ค้าที่เข้ามาซื้อวัตถุดิบ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบจึงมองเห็นสิ่งทอในหลายๆ มิติ ไม่เฉพาะแค่อุตสาหกรรมเสื้อผ้า แต่ยังรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งในรถยนต์ เป็นต้น


“เสื้อผ้าจะต้องมีฟังก์ชั่นใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น เช่น ใส่แล้วเย็น ใส่แล้วป้องกันแดด จะกลายเป็นจุดแข็งที่สร้างความแตกต่างระหว่างบริษัทกับคู่แข่ง ขณะที่ราคาจะไม่ใช่ปัจจัยแรกที่ลูกค้าตัดสินใจซื้ออีกต่อไป”


นอกจากนี้ สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญคือ การช่วยเหลือเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นจากการเลี้ยงไหม อาทิ ไหมอีรี่หรือไหมสีทอง ที่เป็นไหมที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไหมไทยไปสู่ตลาดโลกในฐานะผู้ผลิตไหมส่งออก ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม จุดเด่นของโรงงานคือไม่มีน้ำเสียออกจากโรงงาน 100% น้ำทุกหยดจะถูกดึงกลับมาใช้งานในกระบวนการผลิต

Advertising

ข่าวล่าสุด