Design

‘บ้านผีเสื้อ’เติมพลังไฮบริด (แสงแดด+ไฮโดรเจน)

3 ก.พ. 2559

เรื่อง - สาลินีย์ ทับพิลา

ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างควักกระเป๋าลงทุน 200 ล้านบาท สร้างโครงการบ้านตัวอย่างในชื่อบ้านผีเสื้อ อวดจุดแข็งด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผสานไฮโดรเจน เติมการดีไซน์ให้อยู่สบายโดยใช้น้ำ-ไฟอย่างคุ้มค่าที่สุด ขานรับเทรนด์พลังงานสะอาด-ยั่งยืน พร้อมต่อยอดเปิดตลาดบ้านพลังงานสะอาดในไทย

โครงการบ้านผีเสื้อ ประกอบด้วย อาคารที่พักอาศัย 4 หลัง และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีการเก็บรักษาและแปรเปลี่ยนพลังงานออกมาในรูปของก๊าซไฮโดรเจนตลอด 24 ชั่วโมง

โจทย์พลังงานเพื่อโลก

“เชียงใหม่มีแสงแดดเกือบตลอดทั้งปี ประกอบกับเมืองมีการขยายตัวสูงจึงตัดสินใจเลือกเป็นที่ตั้งของโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้พลังงานจากธรรมชาติเป็นจุดขาย" ณัฐพงษ์ เล็กชัยชาญ กรรมการผู้จัดการบริษัท ซีเอ็นเอ็กซ์ คอนสตรัคชั่น จำกัด กล่าว

แม้ว่าในพื้นที่จะมีแสงแดดเหลือเฟือแต่การเก็บพลังงานไฟฟ้าจากแสงแดดเอาไว้ใช้ในตอนกลางคืนอย่างเพียงพอนั้นเป็นโจทย์ที่ต้องขบคิด เพราะระบบกักเก็บพลังงานที่มีอยู่นิยมใช้แบตเตอรี่ซึ่งอายุการใช้งานสั้นเพียง 5 ปี ทีมงานจึงเริ่มเสาะหาเทคโนโลยีอื่นจากการชมนิทรรศการที่เกี่ยวข้องและพบว่า ระบบไฮโดรเจน สามารถตอบโจทย์ความต้องการทั้งยังสะอาด 100% ไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม

บ้านผีเสื้อจะใช้ระบบโครงข่ายการกักเก็บพลังงานขนาดย่อม (ไมโครกริด) เป็นศูนย์กลางในการเก็บและจ่ายพลังงานไฟฟ้าทั้งกลางวันและกลางคืนผ่านแผงรับโซลาร์เซลล์ ในกรณีที่ยังได้รับพลังงานแสงอาทิตย์ต่อเนื่องมากเกินกว่านั้น ก็จะนำไปสู่กระบวนการแยกน้ำด้วยไฟฟ้า ทำให้ได้ก๊าซไฮโดรเจนออกมาและนำไปเก็บรักษาไว้ในแทงก์ ฉะนั้น การเก็บกักพลังงานดังกล่าวถือเป็นระบบไฮบริดลูกผสมระหว่างแบตเตอรี่และไฮโดรเจนนั่นเอง

“เราใช้แผงโซลาร์เซลล์ 347 แผง สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 384.2 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงต่อวัน จากการคำนวณเบื้องต้นคาดว่า ทั้งโครงการจะมีความต้องการใช้ไฟไม่เกิน 200 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ที่เหลือจะส่งไปเก็บในรูปของไฮโดรเจน” ณัฐพงษ์กล่าวและว่า ถังไฮโดรเจนสามารถเก็บกักพลังงานได้ถึง 130 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง เพียงพอสำหรับความต้องการการใช้พลังงานไฟฟ้าในโครงการซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 4 กิโลวัตต์ต่อเนื่อง 30 ชั่วโมง ผ่านเซลล์กำเนิดไฟฟ้า

นอกจากนี้ยังมีระบบบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยพื้นที่ในโครงการเต็มไปด้วยต้นไม้และสนามหญ้า จำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมากในการดูแล แต่การรดน้ำต้นไม้เท่ากับสูญเสียน้ำ 100% จึงวางระบบสร้างถังกักเก็บน้ำไว้ใต้ดิน 1,000 คิวบิคเมตรพร้อมระบบบำบัด เพื่อนำน้ำที่ไหลซึมระหว่างการรดน้ำต้นไม้ 20-40% มาบำบัดและใช้ในครั้งต่อไป

“หัวใจหลักคือ ความยั่งยืน ดังนั้น นอกจากระบบพลังงานและการจัดการน้ำแล้ว ตัวบ้านก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้การใช้พลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่เราทำจึงเน้นการออกแบบบ้านที่อยู่สบาย โดยใช้พลังงานน้อย ซึ่งรวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่ตอบโจทย์”

ดีไซน์รักษ์สิ่งแวดล้อม

ณัฐพงษ์อธิบายว่า การออกแบบตัวบ้านจะคำนึงถึงทิศทางลมและแสงแดด เพื่อให้บ้านรับลม หลบแดดและฝน พร้อมใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น อิฐมวลเบา กระจกสองชั้นที่ยอมให้แสงผ่านแต่กรองยูวีไม่ให้ความร้อนผ่าน จึงช่วยให้บ้านสว่างโดยไม่ต้องเปิดไฟและไม่ต้องเปิดแอร์ ขณะที่พัดลมเพดานดีไซน์ให้ลมพัดจากบนลงล่างเพื่อการไหลเวียนของอากาศช่วยให้บ้านเย็นสบาย และหลอดไฟแอลอีดีที่ช่วยประหยัดพลังงาน

ด้วยงบก่อสร้างโครงการบ้านผีเสื้อที่สูงกว่า 200 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าระบบพลังงานราว 10 ล้านบาท ณัฐพงษ์คำนวณเบื้องต้นคาดว่าจะคุ้มทุนค่าพลังงานนั้น ใช้เวลา 10 ปี แต่สิ่งที่จะได้คือ การเริ่มเดินไปก่อนและสร้างโนว์ฮาวด้านการดูแลและพัฒนาระบบพลังงานสะอาดของตนเอง

“ตอนนี้ระบบโซลาร์เซลล์และไฮโดรเจน เรานำเข้ามาจากหลายประเทศและนำมาผสมผสาน เรียนรู้และทำความเข้าใจ ทำให้การบำรุงรักษาสามารถทำได้เอง แต่หากมองในเชิงธุรกิจ ระบบพลังงานสะอาดถือเป็นสิ่งใหม่ในวงการบ้านจัดสรร ช่วง 2 ปีต่อจากนี้จะเป็นการให้ข้อมูลกับตลาดเพื่อให้ผู้บริโภครู้จักและเข้าใจ โดยมีบ้านผีเสื้อเป็นตัวนำร่อง เมื่อตลาดตอบรับมากขึ้นก็จะเป็นโอกาสสำหรับเรา”

ดังนั้น ในปี 2559 ซีเอ็นเอ็กซ์ คอนสตรัคชั่น จะเริ่มรับลูกค้าอื่น ซึ่งในช่วงแรกจะเป็นงานก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ที่เน้นคุณภาพ ในขณะเดียวกันก็จะมุ่งเน้นการให้ข้อมูลบ้านยั่งยืนผ่านการเข้าหากลุ่มสถาปนิก ที่ต้องการเรียนรู้ และทำความเข้าใจเทคโนโลยีสะอาด หรือสร้างเอกลักษณ์ สร้างความต่างให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์นั่นเอง

Advertising

ข่าวล่าสุด