Design

ความงามจาก 'เหล็ก'

28 พ.ย. 2556

จากเหล็กแผ่นธรรมดาบวกไอเดียสร้างสรรค์ แปลงร่างเป็นชิ้นงานศิลปะเพิ่มความแปลกตาและแปลกใหม่ สะท้อนบุคลิกความเป็นคนรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน ศิลปะเหล็กแขวนผนังจาก Fine26 ทางเลือกใหม่ในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ประดับครัวเรือน

"จุดขายของศิลปะการตกแต่งผนังที่ทำจากเหล็ก เป็นงานศิลปะที่มีมิติ ให้อารมณ์ความรู้สึกหรูหรา คลาสสิกในระดับราคาที่ผู้บริโภคยอมรับได้ เริ่มต้นตั้งหลักพันไปถึงหลักหมื่น ที่สำคัญในแง่ความปลอดภัยสูงด้วยระบบล็อคที่ดัดแปลงมาจากการใช้งานของจักรยานยนต์ จึงมั่นคงและแข็งแรงมาก" สณัฐ จงธนะวณิช ผู้จัดการฝ่ายการตลาด Fine26 กล่าว

ศิลปะที่แตกต่าง

Fine26 แบรนด์น้องใหม่ที่เข้ามาบุกเบิกตลาดเฟอร์นิเจอร์งตกแต่งผนังครัวเรือนทั่วไป จากเดิมงานศิลปะที่ทำมาจากเหล็กพบได้ตามพิพิธภัณฑ์และคฤหาสน์ในต่างประเทศ เพราะผลงานแต่ละชิ้นต้องอาศัยศิลปินมาออกแบบและลงมือสร้างผลงานในเวลานาน จึงมีราคาสูง ทำให้กลุ่มที่เข้าถึงงานศิลปะดังกล่าวถูกจำกัดวงเพียงแค่กลุ่มคนที่มีรายได้สูงเท่านั้น

"หากคิดที่ทำธุรกิจต้องกล้าสร้างความแตกต่างทั้งในเรื่องของตัวผลิตภัณฑ์ วิธีทำตลาด ด้วยการนำเสนองานศิลปะที่ทำมาจากเหล็กมาเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า ด้วยลวดลายคลาสิก สวยงาม แข็งแรงและสามารถติดตั้งได้ง่าย หากเราสามารถทำงานศิลปะลักษณะนี้ออกมาให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ ในสเกลกึ่งอุตสาหกรรมโดยนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในการผลิต ผลลัพธ์ก็คือจะทำให้มีสินค้าคุณภาพที่ดีขึ้น" สณัฐกล่าว

เขายกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีป้องกันสนิมของรถยนต์ เทคโนโลยีในการตัดเหล็กมาใช้ทำงานศิลปะที่ทำจากเหล็ก หรือเทคนิคการเผาไหม้ด้วยไฟแรง ทำให้ขอบของงานเหล็กมีรอยย่นเสมือนปะการังจริง จึงทำให้ตลาดระดับกลางเข้าถึงง่ายขึ้น เพราะราคาสินค้าถูกลง ทั้งยังคาดว่าพัฒนาการของการคิดค้นกระบวนการผลิตงานศิลปะที่ทำจากเหล็กดีขึ้นเรื่อยๆ

"ชิ้นงานที่ดีไซน์ไม่ได้คิดแค่ความสวยงาม แต่ยังต้องคิดถึงฟังก์ชันการใช้งาน การติดตั้ง ร่วมกับทีมวิศวกรที่จะเข้ามาช่วยคิดรูปแบบชิ้นงานให้ผู้บริโภคสามารถถอดประกอบเองได้ง่ายที่สุด เพราะมองว่ามีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า การทำสินค้าออกมาให้สวยงาม"

เหตุผลส่วนหนึ่งเพราะ ต้องการกระจายสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคได้สะดวก ซึ่งเป็นแนวคิดที่ชายหนุ่มต้องการตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบัน จากเดิมผู้บริโภคอาจต้องการสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของตนเองโดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่า การตลาดเฉพาะบุคคล เนื่องจากค่านิยมและรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไป กล่าวคือต้องการสินค้าที่ถูกพิสูจน์แล้วว่า สามารถตอบสนองกับการใช้งานได้ดีที่สุด

DIY ตอบโจทย์ความงาม

แนวทางการทำตลาดในรูปแบบนี้ผู้บริโภคยอมรับได้ เนื่องจากราคาสินค้าทุกชิ้นไม่แพงจนเกินกำลังซื้อ ที่สำคัญบรรจุภัณฑ์ของสินค้าในลักษะของงาน DIY สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน

"ปัจจุบันไม่มีคู่แข่งตรง ยกเว้นคู่แข่งทางอ้อมคือกลุ่มรูปภาพ นาฬิกาแขวงผนัง รวมทั้งสติกเกอร์ติดผนัง ที่ทุกคนคุ้นเคยเพราะบ้านหนึ่งหลังมีผนังที่รองรับการช่ตกแต่งได้ไม่มากนัก จึงขึ้นอยู่ว่า สินค้าอะไรที่อยู่ในใจของผู้บริโภค" เขากล่าว

นอกจากชิ้นงานตกแต่งผนังแล้ว ด้วยเทคโนโลยีการพับเหล็กในไทยที่พัฒนาไปมาก จึงไม่ยากที่จะสร้างงานชิ้นเล็กๆ ให้มีความประณีตหรือลวดลายที่หลากหลาย บริษัทจึงจะต่อยอดธุรกิจด้วยการนำเสนออุปกรณ์เครื่องใช้บนโต๊ะทำงาน อาทิ กล่องดินสอ ที่คั่นหนังสือ เป็นต้น

"ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าในประเทศ 70 % มีระดับรายได้ตั้งแต่บีถึงบีบวก อายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่กำลังมีบ้านหลังแรก ส่วนที่เหลือ 30 % เป็นลูกค้าต่างประเทศ โดยผ่านตัวแทนจำหน่ายเป็นหลัก ในปีหน้ามีแผนขยายตลาดไปสหรัฐอเมริกา ส่วนแผนการระยะยาวผมตั้งเป้าหมายสร้างแบรนด์ ให้เป็นการยอมรับและทุกครั้งที่ลูกค้านึกถึงของตกแต่งผนัง ให้นึกถึงแบรนด์ Fine26" สณัฐ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามคลิปได้ที่ :http://youtu.be/AiaCy4Uc-WY

ข่าวล่าสุด