Idea

ฝ่ามือพิสูจน์ตัวตน

7 ก.พ. 2556

กานต์ดา บุญเถื่อน

เส้นเลือดดำของแต่ละบุคคลเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แก้ไขปลอมแปลงไม่ได้ ต่างจากภาพถ่าย เสียงหรือลายนิ้วมือ เจ้าแห่งเทคโนโลยีในญี่ปุ่นจึงไม่พลาดที่จะหยิบ "ความเป็นหนึ่งเดียว" มาใช้ประโยชน์ด้านการยืนยันตัวบุคคล และส่งต่อนวัตกรรมนี้มายังคนไทย

"อินโนเวชั่น ไอที" บริษัทรับจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้กับระบบรักษาความปลอดภัย มองเห็นโอกาสทางธุรกิจของเทคโนโลยีใหม่ในการสแกนเส้นเลือดดำบนฝ่ามือ ที่ให้ผลลัพธ์การตรวจสอบบุคคลที่แม่นยำมากกว่าการสแกนลายนิ้วมือถึง 300 เท่า จึงตัดสินในต่อยอดองค์ความรู้จากญี่ปุ่นให้เป็นนวัตกรรมเชิงพาณิชย์

เพิ่มทางเลือก
นายนรจิตร จิรางกูร กรรมการผู้จัดการบริษัท อินโนเวชั่น ไอที จำกัด กล่าวว่า เทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาในช่วงที่บริษัทต้องการสินค้าหน้าร้านของตัวเอง เพื่อสร้างรายได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว จากเดิมที่เป็นบริษัทรับจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ตามโจทย์ของลูกค้า ทำให้มีรายได้หมุนเวียนแบบเป็นจ๊อบๆ

โจทย์แรกที่คิดถึงคือ ระบบการรักษาความปลอดภัย ซึ่งบริษัทมีความถนัดเป็นทุนเดิม เห็นได้จากผลงานที่ผ่านมาได้แก่ ซอฟต์แวร์บันทึกเวลาเข้าออกงานของพนักงานขององค์กร ซอฟต์แวร์ตรวจลายนิ้วมือและซอฟต์แวร์บริหารจัดการการส่งสินค้าทางอากาศ

เหตุที่ซอฟต์แวร์สแกนเส้นเลือดดำบนฝ่ามือจากญี่ปุ่น เป็นโจทย์หนึ่งที่บริษัทสนใจ เพราะเป็นของใหม่ คู่แข่งน้อย หากนำมาต่อยอดให้สอดรับกับพฤติกรรมการใช้งานของคนไทยน่าจะมีโอกาสทางการตลาดสูง

“นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องนับหนึ่งเสมอไป แค่เพียงเรามีไอเดียนำสิ่งที่มีอยู่แล้วมาพัฒนาให้ดีขึ้นเพียงเท่านี้เราก็สามารถมีธุรกิจของตัวเองได้แล้ว โดยเฉพาะการมองปัญหาของคนอื่นเป็นโจทย์จะยิ่งเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับตัวเรา” ผู้บริหารอินโนเวชั่นไอที กล่าว

ทีมวิจัยใช้เวลาพัฒนาอยู่ร่วม 4 ปีในการต่อยอดเซนเซอร์สัญชาติญี่ปุ่น ให้สามารถใช้งานได้ในแบบที่ต้องการ อาทิ การใช้เป็นเครื่องมือบันทึกเวลาเข้าออกของพนักงาน หรือการสแกนเพื่อควบคุมการเปิดปิดประตู รวมถึงการทำให้เซนเซอร์ดังกล่าวทำงานได้อัตโนมัติโดยไม่เปลืองพลังงาน

สุดยอดความปลอดภัย

“เครื่องสแกนเส้นเลือดดำบนฝ่ามือที่พัฒนาได้ มีจุดเด่นหลายอย่าง ทั้งเรื่องความแม่นยำในการประมวลผลในเวลาไม่กี่วินาที การวางมือเหนือเซนเซอร์โดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอที่ระยะห่าง 1.5-2 นิ้ว ลดเสี่ยงการติดเชื้อระหว่างพนักงานจากการสัมผัสของใช้ร่วมกันได้ด้วย ขณะที่อายุการใช้งานของเครื่องดังกล่าวสามารถทำงานได้ต่อเนื่องได้นานกว่า 5 ปี ในสถานะสแตนด์บายพร้อมใช้งานตลอดเวลา" ผู้บริหารอินโนเวชั่นไอทีกล่าว

การสแกนที่เส้นเลือดดำให้ความแม่นยำของการประมวลผลสูง ขณะที่การใช้ลายนิ้วมืออย่างแต่ก่อน หากเป็นคนที่สัมผัสสารเคมีหรือลายนิ้วมือหลุดลอกจะมีปัญหา ทำให้เครื่องไม่สามารถประมวลผล

“เทคโนโลยีสแกนเส้นเลือดดำมีค่าการยอมรับจากบุคคลที่ไม่มีสิทธิ์เข้าระบบ 8 ใน 10 ล้านครั้ง ขณะที่เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือมีโอกาสยอมรับบุคคลที่ไม่มีสิทธิ์เข้าระบบ 1 ใน 1 หมื่นครั้ง ส่วนการสแกนม่านตาเองก็มีโอกาสผิดพลาดได้ 1 ใน 1 แสนครั้งแถมเสี่ยงเป็นต้อกระจก จะเห็นได้ว่า การใช้เครื่องสแกนเส้นเลือดดำบนฝ่ามือก็ยังมีความปลอดภัยสูงกว่า” นายนรจิตร กล่าว

เขาคาดหวังให้นวัตกรรมสแกนเส้นเลือดดำเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาความปลอดภัย โดยมองกลุ่มลูกค้าที่พักอาศัยในบ้าน คอนโด โรงเรียน หน่วยงานที่เป็นองค์กร และอุตสาหกรรมเป็นหลัก เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ไม่แพงหรือประมาณ 1.2 แสนบาท ขณะที่ระบบนำเข้าจากสิงคโปร์อยู่ที่ 2.5 แสนบาท ส่วนสแกนม่านตาอยู่ที่ 1.5 แสนบาท

ปัจจุบันเครื่องสแกนเส้นเลือดดำพร้อมทำตลาดแล้ว โดยมีส่วนหนึ่งที่นำไปใช้งานแล้วหลายองค์กร ทั้งสถาบันการศึกษา ห้างสรรพสินค้า หน่วยงานราชการ บริษัทเอกชน สถานพยาบาล ยังไม่พบปัญหาของระบบในระยะเวลาที่ผ่านมา แถมยังเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการยืนยันบุคคลก่อนเข้างาน

แผนต่อยอดที่วางไว้ในอนาคตสำหรับเครื่องสแกนเส้นเลือดดำ เขาบอกว่า ยังต้องพัฒนาให้มีขนาดเครื่องที่ทั้งเล็กและใหญ่ เพื่อการประยุกต์ใช้งานที่หลากหลาย อาทิ การเก็บข้อมูลคนไข้เพื่อสแกนเส้นเลือดบนฝ่ามือในคนไข้ที่ไม่ได้สติ หรือคนไข้ที่มีปัญหาทางการพูด เป็นต้น

ข่าวล่าสุด