Creative

คนเบื้องหลัง

23 ส.ค. 2555

 

         กว่าจะมาเป็นนิทรรศการสุดล้ำ ที่ดึงดูดผู้ชมให้คอยติดตามความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นทุกปีไม่ใช่เรื่องง่าย การแปลงเรื่องราวทางวิชาการให้กลายเป็นนิทรรศการที่สัมผัสได้ เป็นโจทย์ที่ท้าทายนักสร้างสรรค์ ผู้อยู่เบื้องการออกแบบสุดอลังการที่เด็กๆ ตั้งตารอคอยในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประจำปี 2555 

 

'ต้องรอด' จุดขายของปี 

          กฤษณ์ธน ยี่สุน ผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หนึ่งในทีมออกแบบคนสำคัญของงานครั้งนี้ บอกว่า มหกรรมวิทยาศาสตร์ คือ นิทรรศการเชิงวิชาการที่เป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียสร้างสรรค์ กับงานสเกลใหญ่ ที่มีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจง

         "ปิโก เข้ามาจับงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ครั้งแรกในปี 2546 และเผชิญกับความท้าทายเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าหัวข้อวิทยาศาสตร์จะเหมือนเดิม แต่ในแง่ของเทรนด์ได้เปลี่ยนไป ดิจิทัลในปี 2548 วิ่งอยู่บนโมเด็ม 56k แต่ ณ วันนี้ ดิจิทัลกลายเป็น ออกเมนเต็ด เรียลลิตี้ (Augmented Reality) ทำให้วิธีการนำเสนอมีความแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน" เขากล่าว

          ทันทีที่เปิดศักราชใหม่ ทีมพัฒนาคอนเซปต์จะระดมสมอง และมองเทรนด์ของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อนำมาร่างเป็นต้นแบบของนิทรรศการที่จะนำเสนอ และใช้เวลาในช่วง 2-3 เดือนก่อนเริ่มงานในการแปลงคอนเซปต์จากกระดาษให้กลายเป็นนิทรรศการที่จับต้องได้จริง และพร้อมให้ผู้ชมได้เข้ามามีส่วนร่วม

          "กุศโลบายที่ต้องการให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน เริ่มต้นขึ้นผ่านไอเดียนำเสนอที่แปลกใหม่ ครั้งนี้โจทย์ของเรา คือ  "ต้องรอด" ทำอย่างเมื่อพิบัติภัยเกิดขึ้น พยากรณ์อากาศที่ดูทางทีวีทุกเย็นมีความหมายว่าอย่างไร นำมาสู่วิธีการนำเสนอ และแม็กเน็ตที่จะดึงดูดคนดู" เขาอธิบาย

          อย่างแรกนักออกแบบต้องเข้าใจในสิ่งที่ต้องการตะโกนออกไปให้เด็กได้รับรู้ สิ่งที่ต้องการนำเสนอ และสื่อสารได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ "Bus Simulator" หนึ่งในนิทรรศการไฮไลต์ในครั้งนี้ ซึ่งจะนำผู้ชมไปพบกับภัยพิบัติในรูปแบบที่ต่างกันออกไป แต่เชื่อมโยงเข้าเป็นเรื่องเดียวกัน ผ่านรูปแบบการนำเสนอด้วยเทคนิคภาพยนตร์ 4 มิติ

 

ไอทีเสริมการเรียนรู้

          จุดตั้งต้นของนิทรรศการมาจากไอเดีย และวิธีการนำเสนอ การพลิกมุมมองหรือเปลี่ยนแนวคิดทำให้ได้รูปแบบการนำเสนอใหม่ที่คนสนใจ โดยอาศัยเทคโนโลยีมาช่วยเสริม

          กฤษณ์ธน เสริมว่า "เทคโนโลยีออกเมนเต็ด"ถูกนำมาสร้างกิมมิคให้เห็นถึงความสามารถ ในการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ ผ่านนิทรรศการเทิดพระเกียรติโครงการพระราชดำริ ที่หลายคนคุ้นตากับภาพกราฟฟิกพาเนลขนาดใหญ่ นิทรรศการสีทอง ซึ่งสื่อถึงความหรูหราและอลังการ 

          กลับกันในงานนี้ นักออกแบบได้ปรับมุมมองสร้างกิมมิคในการนิทรรศการเทิดพระเกียรติ โดยใช้แทบเล็ตเป็นเครื่องมืออธิบายเนื้อหาในรูปแบบแอนิเมชัน เสริมกับนิทรรศการที่อยู่ตรงหน้า นับเป็นการเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ให้กับเด็ก

          พร้อมกันนี้ นักออกแบบยังได้เปลี่ยนวิธีการนำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์ในไฮไลต์ "รัชกาลที่ 4 ตามรอยเจ้าฟ้ามงกุฎ" โดยพาผู้ชมล่องนาวาย้อนกลับไปเมื่อ 150 ปีก่อน เพื่อตามรอยอดีตไปจนถึงปลายทาง ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยเปิดความเข้าใจให้เด็กได้มากกว่าการท่องจำ

          "เราใช้พาโนรามาเธียเตอร์ที่ใส่เทคนิค CG เพิ่มความสมจริงของความโคลงเคลงของเรือ ที่ผู้ชมกำลังนั่งไปด้วยกัน และใช้โมเดล ทอล์คเกอร์ หรือการฉายภาพแผนที่ไปยังโมเดลเพื่อเป็นตัวเล่าเรื่อง" นักสร้างสรรค์อธิบาย 

 

ความสำเร็จวัดได้หน้างาน

         “สายตากว่าล้านคู่ ความตั้งใจของเด็กกลายเป็นแรงผลักดันให้ทำงานอย่างเต็มที่ ถ้ายิ้มแปลว่าผ่าน ถ้าเดินออกมาแล้วทำหน้างงๆ แสดงว่า ต้องมีอะไรที่พลาดไป” กฤษณ์ธนกล่าว และว่า จำนวนเด็กที่เข้าชมงาน จำนวนกลุ่มเป้าหมายในแต่ละปีที่ขยายกว้างมากขึ้น ไปถึงกลุ่มครอบครัว เป็นเครื่องมือวัดความสำเร็จของงานที่ได้ลงแรงไป 

          เขากล่าวทิ้งท้ายว่า นิทรรศการที่สร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ อาจไม่ถูกใจคนไทยเท่านิทรรศการที่คนไทยออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชม งานที่เริ่มต้นขึ้นทุกครั้ง ยังเป็นโจทย์ใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความท้าทาย ซึ่งในแง่ไอเดีย คนไทยไม่แพ้ใคร เห็นได้จากนักสร้างสรรค์ไทยมียืนอยู่ได้ในเวทีโลก

          งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2555 เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ที่ไบเทค บางนา ผู้เข้าร่วมงานสามารถวางแผนจัดสรรเวลาเพื่อเข้าชมกิจกรรมได้ล่วงหน้าทางเว็บไซต์ www.nst2012.com เพื่อที่จะไม่พลาดในทุกกิจกรรม

 

ข่าวล่าสุด