Idea
ศูนย์ต้นคิด สร้างต้นแบบ
31 ก.ค. 2555
• พระจอมเกล้าลาดกระบัง ชี้ ให้ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ คือ กุญแจสำคัญของผู้ประกอบการ OTOP กว่า 33,000 ราย ในการสร้างมูลเพิ่มขอผลิตภัณฑ์และบริการ ได้มากถึง 5 เท่าตัว
• “ศูนย์ต้นคิด บาย เคเอ็มไอทีแอล” เล็งพัฒนาผู้ประกอบการกว่า 500 รายภายใน ปี 2013 เพื่อรองรับการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในประชาคมอาเซียน ตลอดจนโดดเด่นในเวทีการแข่งขันในตลาดโลก
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ร่วมมือกับ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ต่อยอดการพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดย่อม ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ตลอดจนผู้ประกอบการ OTOP ของไทย ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 33,000 ราย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อรองรับการแข่งขันในเวทีโลก และคู่แข่งในประชาคมอาเซียน ด้วยการเปิด “ศูนย์ต้นคิด บาย เคเอ็มไอทีแอล” โครงการกิจกรรมพัฒนาให้คำปรึกษาและสนับสนุนการสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาและอบรมการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ ผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนักวิชาการด้านการ ออกแบบ
ในช่วงแรกศูนย์ฯนี้เปิดรับผู้ประกอบการจำนวน 50 ราย เพื่อเข้าศึกอบรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันเทียบชั้นสินค้าของภาคธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ได้ คาดว่าสิ้นปี 2013 จะมีผู้ประกอบการกว่า 500 รายผ่านการอบรมจากศูนย์แห่งนี้และจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าจากผู้ประกอบการรายย่อยดังกล่าวได้มากกว่า 200 ล้านบาท
ซึ่งถ้าผู้ประกอบที่มีกว่า 33,000 รายได้รับการพัฒนาจะทำให้มีเงินสะพัดในกลุ่มผู้ประกอบการซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านนั้น กว่า 1000 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8366 หรือ เข้าไปที่www.kmitl.ac.th/arch หรือสามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. ถนนฉลองกรุง เขตลาดกระบัง กรุงเทพ
รศ.บุญสนอง รัตนสุนทรากุล คณบดีสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. ตระหนักถึงบทบาทของสถานศึกษาซึ่งนอกจากจะมีหน้าที่ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถแล้ว การให้บริการทางวิชาการความรู้สู่สังคม นับเป็นอีกบทบาทหนึ่งของสถาบัน โดยหลักวิชาที่มีการเรียนการสอนในหลักสูตร ตั้งแต่กระบวนการวิธีการออกแบบ การพัฒนาแบบ การออกแบบผลิตภัณฑ์ วิชาสถาปัตยกรรมไทยพื้นถิ่น วิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์ไทย รวมถึงสาขาวิชาชีพในด้านต่างๆ ได้แก่ การออกแบบสิ่งทอ การออกแบบเฟอนิเจอร์ การออกแบบเครื่องเคลือบดินเผา และการออกแบบโลหะ ล้วนเป็นสาขาวิชาที่สามารถตอบสนองต่อสังคมได้ โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ OTOP ทั้งหลาย
ผลิตภัณฑ์ OTOP ในปัจจุบันมีมากกว่า 33,000 ราย โดยส่วนใหญ่ยังเป็นการออกแบบและผลิตจากทักษะความชำนาญและความเข้าใจที่ตกทอดกันมา ขาดการออกแบบเชิงสุนทรียภาพ ควบคู่กับการออกแบบเชิงวิศวกรรมซึ่งเป็นการออกในแง่โครงสร้างและความสมดุลของผลิตภัณฑ์ ทำให้สินค้าจำนวนมากไม่เหมาะแก่การใช้งาน ขาดความคงทน มีความสูญเปล่าของวัสดุและแรงงาน ทำให้มีต้นทุนสูง
สาเหตุเนื่องมาจากผู้ประกอบการ OTOP ขาดประสบการณ์และความชำนาญในการบูรณาการแนวทางด้านการออกแบบ การตลาด การผลิต และการนำเสนอเข้าด้วยกัน ผู้ประกอบการเข้าไม่ถึงแหล่งข้อมูลและไม่สามารถจัดหาอุปกรณ์ที่มีราคาสูงเพื่อทดลองขึ้นต้นแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ หากผู้ประกอบการได้รับการเสริมทักษะและความเข้าใจกระบวนการออกแบบอย่างครบถ้วน ก็จะสามารถพัฒนาผลงานและสร้างผลิตภัณฑ์ของตนเองได้
ด้วยเหตุนี้ สาขาวิชาการออกแบบ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. จึงร่วมกับ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) จัดตั้งศูนย์เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรือ “ศูนย์ต้นคิด บาย เคเอ็มไอทีแอล” ( TONKID by KMITL ) ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ผู้ประกอบการสามารถขึ้นต้นแบบผลิตภัณฑ์ และช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจการออกแบบตลอดกระบวนการ ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน มีข้อมูลวัตถุดิบและวัสดุประกอบครบถ้วน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ OTOP ให้มีความเข้มแข็งและยืดหยัดในเวทีการค้าทั้งในประเทศและเวทีโลก
กลุ่มเป้าหมายของศูนย์ ประกอบด้วย ผู้ประกอบการ OTOP วิสาหกิจชุมชน SMEs ผู้ประกอบการรายย่อย และบุคคลทั่วไป ที่ดำเนินธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์หัตถกรรม ภูมิปัญญาและการออกแบบ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. คอยสนับสนุนการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ ทั้งด้านการให้คำปรึกษา เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างสรรค์ความคิด ต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ และสามารถแข่งขันเทียบชั้นสินค้าของภาคธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรก “ศูนย์ต้นคิด บาย เคเอ็มไอทีแอล” พร้อมเปิดรับผู้ประกอบการเข้าร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ จำนวนไม่น้อยกว่า 50 ราย เพื่อเข้าร่วมโครงการและพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรม ภูมิปัญญาและการออกแบบ ให้ก้าวสู่ตลาดการแข่งขันโลก โดยคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้เข้าร่วมโครงการ คือ
1.เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP)
2.เป็นผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม หรือผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาภูมิปัญญา นำมาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์
3.เป็นผู้ประกอบการที่มีผลิตภัณฑ์เป็นของตนเอง มีความมุ่งมั่นตั้งใจ และพร้อมอุทิศเวลาให้แก่โครงการ
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8366 หรือ เข้าไปที่ www.kmitl.ac.th/arch หรือสามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. ถนนฉลองกรุง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ
รศ.บุญสนอง ยังกล่าวสรุปด้วยว่า ในปีแรกนี้ “ศูนย์ต้นคิด บาย เคเอ็มไอทีแอล” ตั้งเป้าอบรบพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP ไม่น้อยกว่า 50 ราย และคาดว่าสิ้นปี 2013 จะมีผู้ประกอบการกว่า 500 รายผ่านการอบรมจากศูนย์แห่งนี้ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และคู่แข่งในประชาคมอาเซียน นอกจากนี้ยังคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าจากผู้ประกอบการรายย่อยดังกล่าวได้มากกว่า 200 ล้านบาท หรือ 5 เท่าตัว ซึ่งถ้าผู้ประกอบการ OTOP ของไทยทั้งหมดที่มีกว่า 33,000 รายได้รับการพัฒนาจะทำให้มีเงินสะพัดในกลุ่มผู้ประกอบการซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านนั้น กว่า 1000 ล้านบาท
ด้าน นาย ประดิษฐ์ รัตนวิจิตราศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักโครงการและจัดการความรู้ (OKMD) กล่าวว่า สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้(องค์การมหาชน) หรือ OKMD ได้จัดทำโครงการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ OTOP โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อตอบสนองนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในการบริหารจัดการโครงการ OTOP ให้มีศักยภาพ ด้วยการสนับสนุนให้ชุมชน วิสาหกิจชุมชนใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผนวกกับองค์ความรู้สมัยใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าและบริการให้สอดรับกับสภาวะการณ์ทางตลาดในปัจจุบันที่มีแนวโน้มการแข่งขันรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีเอกลักษณ์โดดเด่นเท่านั้น จึงจะสามารถแข่งขันเพื่อเป็นผู้นำของตลาดได้
ทาง OKMD เล็งเห็นว่า คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. มีนักวิชาการด้านการออกแบบ และบุคลากรที่มีประสบการณ์และความชำนาญสูง ประกอบกับมีความพร้อมในการจัดตั้งเป็น “ศูนย์ต้นคิด บาย เคเอ็มไอทีแอล” เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการของไทย จึงร่วมมือกันเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ OTOP ไทย และมั่นใจว่าผู้ประกอบการทุกคนที่เข้ารับการอบรมจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง และสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศทางหนึ่งด้วย
