Creative
'สื่อสนีกเกอร์'ลูกบ้าเป็นเหตุ
26 ก.ค. 2555
จากหนอนหนังสือที่มีความฝันบวกกับ "ลูกบ้า" ที่จะเป็นเจ้าของหนังสือสักเล่ม ทำให้ "ปานพิมพ์ ปารจิณณ์พัชร์" กล้าที่จะฉีกแนวนำเสนอนิตยสารเกี่ยวกับสตรีทคัลเจอร์และสนีกเกอร์ ตอบโจทย์ผู้คลั่งไคล้ในรองเท้ากีฬา รองเท้าผ้าใบและรองเท้าแฟชั่นในรูปแบบของนิตยสารแจกฟรี ชิมนีย์ (Chimney)
"ลูกบ้า" ตรงที่เธอไม่มีประสบการณ์ความรู้ในวงการหนังสือ ทุกอย่างเป็นศูนย์ เธอไม่รู้แม้กระทั่งว่า โฆษณาต้องอยู่หน้าไหน ดิจิทัลปรูฟคืออะไร เพจคืออะไร ทำให้การทำหนังสือช่วงแรกล้มลุกคลุกคลานมาพอสมควรในการเรียนรู้ ที่เกิดจากการลองผิดลองถูกโดยไม่มีใครให้คำปรึกษา ไม่มีนายทุนสนับสนุน
ส่วนหลายคนมองว่า คนทำเพี้ยน เพราะในมุมมองของนายทุน หรือวงการสื่อคิดว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่หนังสือแนวนี้จะอยู่รอดได้หรือมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ
ลองผิดลองถูก
จุดแข็งที่ปานพิมพ์มองเห็นคือ ไม่มีคู่แข่ง รวมถึงความรู้ที่สั่งสะสมมาจากการอ่าน ทำให้เข้าใจความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบสตรีทแฟชั่นคัลเจอร์ในกลุ่มต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญก็คือ เข้าใจความต้องการเจ้าของสินค้าและสินค้าได้เป็นอย่างดี
ประกอบกับความเชื่อที่ว่า ผู้ชายไทยเกินกว่า 1 ล้านคนต้องใส่รองเท้าผ้าใบ ก็คือกลุ่มเป้าหมายของนิตยสารแจกฟรีรายเดือนเล่มนี้ ซึ่งนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสตรีทแฟชั่นคัลเจอร์และสนีกเกอร์แท้ๆ จนกลายเป็นผู้นำในวงการ
ปานพิมพ์ บอกว่า ประสบการณ์ 5 ปีในวงการหนังสือ ทำให้รู้สึกชื่นชมคนทำหนังสือในยุคก่อนๆ เพราะรู้แล้วว่า การทำหนังสือยาก และต้องเสียสละทั้งจิตวิญญาณไปกับสิ่งนี้ เพื่อให้อยู่รอดไม่ว่าอะไรจะผ่านเข้ามา สิ่งที่ได้รับคือ อุดมการณ์ หากไม่มีคงไม่เห็นหนังสือเล่มนี้วางอยู่บนแผงทุกวันนี้
"เราคิดว่า อุดมการณ์และความเชื่อมั่น เป็นสิ่งจำเป็นในการทำหนังสือ คนที่เป็นนายทุน ถ้าลงทุนแล้วไม่ทำกำไรก็เลิกแล้ว หรือบางคนเจอปัญหารอบด้านพอมาถึงจุดหนึ่งมีวิกฤติทางความคิดผุดขึ้นมาว่าจะอยู่หรือจะไป เพราะทำหนังสือสายป่านต้องยาว ต้องมีความเข้าใจและอดทนพอ"
5 ปีที่ผ่านมานิตยสารได้รับการตอบรับดีจากคนอ่าน ร้านค้าและอุตสาหกรรมผู้ผลิตรองเท้า ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์นำเข้าใหม่ หรือสินค้าตัวไหนที่เกี่ยวข้องกับวงการสตรีทแฟชั่นคัลเจอร์ จะต้องมาแวะเวียนที่นี่ก่อนเสมอๆ กลายเป็นสื่อกลางระหว่างเจ้าของสินค้า ร้านค้าและผู้บริโภค
"จากประสบการณ์ ทำให้เราเรียนรู้ว่า ความพอดี ระหว่างคนอ่านกับสปอนเซอร์อยู่ตรงไหน และการนำเสนอไอเดียกับคนอ่านต้องทำอย่างไร"
โอกาสทางธุรกิจ
จนเกิดกระแสความต้องการเสพสื่อมากขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดในเรื่องต้นทุนการผลิต ทำให้ปานพิมพ์และทีมงานต้องคิดหาวิธีนำเสนอในรูปแบบของเว็บไซต์ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าในต่างจังหวัด ที่จะสามารถดาวน์โหลดข้อมูลนิตยสารแจกฟรี พบว่า ยอดการเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เดือนละหลายแสนเพจวิว จึงมั่นใจในกระแสตอบรับหนังสือ และตัดสินใจออกนิตยสาร Chimney ฉบับขายออกมารองรับกลุ่มคนในต่างหวัดผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
ขณะเดียวกัน การเพิ่มเนื้อหาออกมารองรับกลุ่มผู้อ่านทั้งเก่าและใหม่ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยเพิ่มวาไรตี้ในส่วนของสตรีทคัลเจอร์มากขึ้น คือเรื่องราวที่ไม่เคยพูดถึง เรื่องราวที่ไม่สามารถหาได้ทั่วไป เช่น ฮิพฮอพ บีบอย กราฟฟิตี้และเรื่องของรองเท้า
ปานพิมพ์ อธิบายว่า ความแตกต่าง 2 เล่มนี้ในเชิงธุรกิจแบรนด์โพซิชั่นนิ่ง หนังสือแจก (CN ย่อมาจาก CHIMNEY ) วางไว้ เป็นเครื่องมือทำการตลาด สำหรับอุตสาหกรรมรองเท้าและสตรีทแฟชั่นคัลเจอร์ แต่ถ้าเป็นหนังสือเล่มขาย (CHIMNEY)วางโพซิชั่นนิ่ง ให้เป็นเครื่องมือในการสร้างแบรนด์ให้กับอุตสาหกรรมรองเท้าและสตรีทแฟชั่น ซึ่งมีเนื้อหามากกว่านิตยสารแจก 70% โดยมีรูปลักษณ์ต่างกันคือ ถ้าเป็นแจกฟรีจะเย็บแม๊กซ์ ส่วนเล่มขายจะไสกาวเพื่อทำให้เกิดความแตกต่างชัดเจน
ไม่มีบทสรุปตายตัวสำหรับหนังสือเล่มนี้ มันเกิดจากการหล่อหลอมจากประสบการณ์จริงที่เริ่มจากศูนย์ของสนีกเกอร์ตัวแม่ จนกลายเป็นผู้นำในวงการสื่อสตรีทแฟชั่นคัลเจอร์
ในอนาคตเธอบอกว่า CHIMNEY จะขยายไปยังสื่อโทรทัศน์ นิตยสารหัวใหม่เจาะกลุ่มผู้หญิง รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกมาสร้างสีสันวงการอย่างแน่นอน
