Creative

ธุรกิจไม่ ‘กล้วย’

3 ก.ค. 2555

          สินค้าที่มีเอกลักษณ์ ดีไซน์โดดเด่น ไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างแปลกตา ซับซ้อนไฮเทคโนโลยีหรือพบได้เฉพาะที่ร้านลอฟท์และบีเทรนด์ แต่ "กล้วย" วัตถุดิบพื้นบ้านที่หลายคนคุ้นเคยแถมยังถูกมองข้ามความสำคัญ สามารถเปลี่ยนโฉมและเข้าสู่แวดวงธุรกิจสร้างสรรค์ได้เช่นกัน

          "กล้วยเป็นวัตถุดิบที่สามารถประยุกต์ได้หลากหลาย ทุกส่วนของกล้วยสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด บวกกับความที่ชอบกินกล้วย จึงเกิดความคิดที่จะนำกล้วยมาผสานกับไอเดียสร้างเมนูต่างๆ เช่น กล้วยพองโต กล้วยมัมมี่ หรือกล้วยสำอาง" นันท์ภัส เลิศศิริภูวรัตน เจ้าของร้านกล้วย กล้วย กล่าว

 

ธุรกิจเริ่มจากสิ่งที่ชอบ

          นันท์ภัสสำเร็จการศึกษาทางด้านศิลปกรรม รู้สึกไม่ชอบวิถีชีวิตมนุษย์เงินเดือน จึงมองหาลู่ทางสร้างธุรกิจของตัวเองบนพื้นฐานสิ่งที่ชอบและโปรดปราน ซึ่ง "กล้วย" เป็นเมนูหนึ่งที่เธอชื่นชอบ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้คิดค้นเมนูจากกล้วยที่แตกต่างจากขนมกล้วย กล้วยบวชชี กล้วยตากและอื่นๆ  

          เธอทดลองทำสูตรต่างๆ มากมาย แต่ก็ไม่อร่อย เช่น ลองนำของที่ใช้ในเมนูอาหารคาวมาปรุงเป็นของหวาน อย่างแผ่นเกี๊ยว หรือแป้งเปาะเปี๊ยะมาห่อกล้วยแล้วทอด แต่ไม่อร่อยหรือให้ความรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่าง จนต้องค่อยๆ ปรับสูตร เปลี่ยนวัตถุดิบจนได้เป็นกล้วยมัมมี่ ในขณะที่กล้วยพองโตก็ได้สูตรมาลองทำและปรับจนกลายเป็นสูตรเฉพาะของตัวเอง

          "เมื่อได้สูตรเมนูกล้วยหลายสิบเมนูก็พร้อมที่จะเข้าสู่โลกธุรกิจ และ "ร้านกล้วย กล้วย" จึงเกิดขึ้น โดยเลือกทำเลที่ตั้งอยู่บนลิโดชั้น 2 ของสยามสแควร์  ซึ่ง 15 ปีที่แล้วโซนนี้ถือเป็นแหล่งเรียนกวดวิชา ทำให้มีเด็กที่มาติวเป็นลูกค้าจำนวนมาก" เธอกล่าว

          ร้านที่ขายแต่เมนูกล้วยอย่างเดียว สามารถอยู่รอดมาได้อย่างไร

          เธอบอกว่าเป็นเพราะจุดแข็งในเรื่องแนวคิด ที่มีความชัดเจนว่าจะขายเฉพาะขนมและเครื่องดื่มจากกล้วย ประกอบกับความแปลกเป็นเอกลักษณ์ของร้าน ที่ดึงดูดสื่อต่างๆ และกลายเป็นตัวช่วยประชาสัมพันธ์อย่างดี

สวนกล้วยในเมืองใหญ่

          15 ปีของธุรกิจเล็กๆ นันท์ภัสชี้ว่า เติบโตขึ้นตามเวลา จากร้านที่ขายให้เด็กที่มาเรียนกวดวิชา สู่กลุ่มลูกค้าที่โตตามกันมา บ้างเรียนจบก็กลับมาอุดหนุน บ้างพาลูก-ครอบครัวมากิน รำลึกความหลัง ในขณะเดียวกันก็เพิ่มกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ทั้งชาวญี่ปุ่นที่มาตามหนังสือนำเที่ยวของญี่ปุ่น และชาวจีน สิงคโปร์ที่มาตามเว็บไซต์ หรือบล็อกของนักท่องเที่ยว กระทั่งเกิดการบอกต่อแบบปากต่อปาก 

          "เรามีลูกค้าเข้ามาเฉลี่ย 200 คิวต่อวัน และอาจเพิ่มสูงสุดเป็น 400 คิวในช่วงวันหยุด บรรดาลูกค้าต่างชาติจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 30% ของลูกค้าทั้งหมด" เจ้าของร้านกล้วย กล้วยชี้

          การเติบโตของธุรกิจเมนูกล้วยเป็นไปอย่างช้าๆ ต้นทุนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ค่าเช่าที่ ค่าวัตถุดิบขึ้นราคาทุกปี แต่ราคาอาหารอยู่ในช่วงระหว่าง 3-5 บาทต่อเมนูเท่านั้น

          นันท์ภัสยอมรับว่า ได้รับการติดต่อขอซื้อแฟรนไชน์ค่อนข้างมาก ซึ่งเธอสนใจที่จะขยายธุรกิจออกไปทั้งในรูปของแฟรนไชน์และการขยายสาขา แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างแรกคือ ความใส่ใจของผู้ที่จะมาร่วมธุรกิจ เพราะร้านกล้วย กล้วยเป็นสิ่งที่เธอสร้างขึ้นด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต ทุกเมนู ทั้งยังต้องศึกษาระบบและรายละเอียดให้แน่นอน 

         "เราไม่เน้นให้เป็นธุรกิจที่ทำกำไรมากมาย แต่เราขายไอเดียและความอร่อย อยากให้เป็นร้านที่เราอยู่ได้ ลูกค้าจ่ายได้ซึ่งปัจจุบันถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะลูกค้าก็กลับมากินต่อเนื่อง ไม่หายไปไหน เชื่อว่ามาจากความเสมอต้นเสมอปลายของผลิตภัณฑ์ ความใส่ใจในคุณภาพ อีกทั้งทางร้านจะอบรมพนักงานให้ปรุงตามสูตร เพื่อให้รสชาติคงเดิม"

          ภายในช่วงสิ้นปีนี้ พื้นที่บนลิโดอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง นันท์ภัสอาจจะต้องหาฐานที่มั่นใหม่ในกรุงเทพฯ ซึ่งรวมถึงการเตรียมเปิดสาขาที่เชียงใหม่ภายในปี 2556 ซึ่งอยู่ระหว่างดูสถานที่และแหล่งวัตถุดิบสำคัญอย่างกล้วยหอม เพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐานความเป็นกล้วย กล้วยไว้ให้เต็มที่

ข่าวล่าสุด