Idea
ผักล้นตลาดมีทางเลือก
9 มิ.ย. 2555
'น้ำมันผักสำเร็จรูป' หนึ่งในผลผลิตที่คิดค้นออกมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผักผลไม้ล้นตลาด ทั้งยังขานรับไลฟ์สไตล์กลุ่มคนรักสุขภาพรุ่นใหม่ ที่แม้จะให้ความสำคัญ กับการปรุงอาหารด้วยตัวเอง แต่ขณะเดียวกันยังต้องการความสะดวกและรวดเร็ว
"ด้วยคุณสมบัติของน้ำมันผักที่ยังคงกลิ่นและรสชาติของวัตถุดิบ จึงเหมาะกับการปรุงรสและแต่งกลิ่นอาหารทดแทนผักเครื่องเทศ ในต่างประเทศใช้กันมานานและแพร่หลาย ขณะที่ไทยเรามีผักสดอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่นิยมใช้น้ำมันผัก" ฑีญา เผ่าสวัสดิ์ ผู้บุกเบิกตลาดน้ำมันผักในไทย กล่าว
เริ่มจากความมีน้ำใจ
แนวคิดการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผักสดของฑีญา มาจากประสบการณ์ที่เคยคลุกคลีกับธุรกิจจัดหาแรงงานทำงานบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากครอบครัวเกษตรกร และมีปัญหาผลผลิตล้นตลาดรวมถึงขาดตลาดรองรับผลผลิต จนนำมาสู่การขายแรงงานในเมืองกรุง เธอจึงสนใจที่จะช่วยเหลือครอบครัวพนักงานเหล่านี้
วิธีการเบื้องต้นของเธอคือ รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเพื่อบริโภคเอง และหาแหล่งรับซื้ออย่างร้านอาหาร โรงแรม แต่ไม่ใช่ทางออกที่ได้ผล 100% เพราะผลผลิต ยังคงมีมากและต่อเนื่อง จึงนำโจทย์ไปปรึกษานักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งใช้เวลาเกือบปีศึกษาหาวิธีแปรรูปที่คงคุณค่าและยืดอายุของสารอาหารในผักได้นานที่สุด ตั้งแต่การทดลองอบเป็นผักแห้ง การบดเป็นผักผงกระทั่งมาประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องสกัดผักเป็นน้ำมันผักบริสุทธิ์
ฑีญา ในฐานะประธานบริหารบริษัท แนททาทวี จำกัด ทุ่มเงินถึงหลักล้านกับการวิจัยและพัฒนาแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร กระทั่งได้เครื่องหีบเย็นทำหน้าที่สกัดผักเป็นน้ำมันบริสุทธิ์ กำลังการผลิต 100 ลิตรต่อวัน
ปัจจุบันบริษัทคิดสูตรการผลิตน้ำมันบริสุทธิ์ได้กว่า 20 สูตร อาทิเช่น น้ำมันใบกะเพรา น้ำมันเมล็ดผักชี น้ำมันพริก น้ำมันพริกไทยดำ น้ำมันอบเชย น้ำมันกระเทียม น้ำมันมะตูม น้ำมันโป๊ยกั๊ก น้ำมันขิง น้ำมันข่า น้ำมันงา น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันงาหม่อน เป็นต้น
น้ำมันผักมีความบริสุทธิ์ 100% ไม่มีการผสมหรือแต่งกลิ่นแต่งรส เป็นรส กลิ่น สีที่ได้จากธรรมชาติของผักแต่ละชนิด สามารถนำไปประกอบอาหารได้ไม่ต่างจากวัตถุดิบสดๆ โดยใช้เพียง 1 ช้อนชาก็ได้รสชาติความหอมของผัก เช่น น้ำมันพริกจะคงรสชาติความเผ็ดอยู่ แม้จะไม่มากเท่ากับของสด ขณะที่คุณภาพการผลิตผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ส่วนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทดสอบในเรื่องคุณค่าทางโภชนาการ
“บริษัทต้องการให้ผลิตภัณฑ์น้ำมันผักเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค ที่ต้องการความสะดวก มีปัญหาเรื่องการกินผัก โดยนำไปประกอบอาหารกินได้สนิทใจ” ฑีญา กล่าว
สารพัดประโยชน์จากผัก
นอกจากบริษัทจะมีผลิตภัณฑ์น้ำมันผักสกัดบริสุทธิ์แล้ว ยังมีการวิจัยและพัฒนาเป็นสูตรน้ำมันรวมสำหรับผู้ที่รักสุขภาพที่กินง่ายกว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูป แคปซูล รวมทั้งคิดค้นสูตรน้ำมันผักเพิ่มขึ้น และการนำกากผักที่ผ่านกระบวนการสกัดมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม เพราะยังมีไฟเบอร์และสารอาหารก็ยังมีปริมาณที่สูง สามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมขนม หรือใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมสปาก็ได้
ส่วนก้าวต่อไปของบริษัทคือ การวางแผนร่วมกับเกษตรกรให้เปลี่ยนจากเกษตรเคมีเป็นเกษตรอินทรีย์ โดยมีเครือข่ายป้อนวัตถุดิบครอบคลุมกว่า 500 ไร่ทั่วไทย ทั้งนี้ การสกัดน้ำมันแต่ละครั้งต้องใช้พืชวัตถุดิบจำนวนมาก ยกตัวอย่าง กระเทียมหรือพริก 1 กิโลกรัมสกัดแล้วจะได้ผลผลิตน้ำมันบริสุทธิ์เพียง 15 มิลลิลิตรเท่านั้น แต่น้ำมันที่ได้ จะยังคงกลิ่นและรสชาติของพืชชนิดนั้น เหมาะนำไปใช้ในการปรุงอาหารได้
ด้านการตลาด เมื่อปีที่ผ่านมาบริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังอังกฤษ เยอรมนี และปีนี้เตรียมจะขยายตลาดไปยังออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกาและฮ่องกง ที่ประชากร เน้นความสะดวกในการบริโภค ทั้งยังไม่มีคู่แข่ง
ส่วนตลาดในไทยเริ่มวางจำหน่ายผ่านศูนย์การค้าสยามพารากอน และศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรี่ยม ในชื่อแบรนด์ว่า ธาอีส (Thais) เธอยอมรับว่าราคาขายเริ่มต้นค่อนข้างสูงที่ 450 บาท เนื่องจากต้นทุนการสกัดยังสูงอยู่ และเป็นอุปสรรคที่ทำให้เข้าไม่ถึงตลาดล่าง จึงเป็นอีกหนึ่งโจทย์ท้าทายที่ต้องขบคิดต่อไป
