Innovation
แบตเตอรี่ก็พิมพ์ได้
18 พ.ค. 2555

ที่มา http://inhabitat.com
เทคโนโลยีการพิมพ์ (Printing Technology) ที่มนุษยชาติรู้จักมาเป็นเวลายาวนานกว่า 5,500 ปี นอกจากใช้เพื่อพิมพ์หนังสือหรือนิตยสารแล้ว ปัจจุบันสามารถพิมพ์หมึกที่หลากหลายด้วยเส้นความละเอียดมากกว่าเดิม คมชัดกว่าเดิม พิมพ์ได้รวดเร็วและเป็นจำนวนมากกว่าเดิม และที่สำคัญที่สุด คือ ราคาถูกลง นั่นคือ สาเหตุที่เทคโนโลยีการพิมพ์จะมีประโยชน์มากกว่าเดิม เพราะในอนาคตอาจจะมาปฏิวัติวงการอิเล็กทรอนิกส์ให้สามารถพิมพ์วงจรหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้งานแทนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพง สามารถพิมพ์ด้วยต้นทุนที่ถูก และถูกมากพอที่จะสามารถใช้แล้วทิ้งได้เลย
วันนี้เรามายกตัวอย่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถพิมพ์ได้และใช้แล้วทิ้ง นั่นคือ "แบตเตอรี่" หรือ ถ่าน (ไฟฉาย) ซึ่งมีรูปร่างเป็นแท่งหรือก้อนทรงกระบอก จึงต้องมีรังถ่านเพื่อบรรจุถ่านไฟฉาย ทำให้สิ้นเปลืองเนื้อที่ อุปกรณ์มีขนาดใหญ่เทอะทะ ลองคิดดูสิครับว่า จะดีแค่ไหนถ้าเรามีแบตเตอรี่เป็นแผ่นสติกเกอร์ที่แปะที่ไหนก็ได้ เช่น ซ่อนอยู่ในฉลากสินค้า ราคาไม่แพง ใช้แล้วทิ้งและให้กำลังไฟเท่ากับถ่านไฟฉายที่เราใช้อยู่ทั่วไป
เราคงจะเห็นรูปแบบสินค้าแปลกตาไปมาก เพราะฉลากสินค้าก็จะกลายเป็นฉลากอัจฉริยะ ที่แสดงข้อมูลเป็นจอภาพเคลื่อนไหว มีแสง มีเสียงได้ สามารถส่งสัญญาณไปยังเครื่องอ่านเพื่อแจ้งว่ายังอยู่ในสต็อกหรือราคาเมื่อไปถึงเคาน์เตอร์ชำระเงิน เป็นต้น
ล่าสุดบริษัท Blue Spark Technologies ตั้งอยู่ที่เมือง Cleveland สหรัฐอเมริกา สามารถผลิตแบตเตอรี่แบบแผ่นบางที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ได้นี้ได้สำเร็จ โดยมีความหนาเพียง 500 ไมโครเมตร หรือประมาณ 0.5 มิลลิเมตร ทำให้มันโค้งงอได้ และให้พลังงานได้ถึง 39 mAh ที่แรงดัน 1.5 โวลต์ ขั้วทำจากวัสดุคาร์บอนผสมกับสังกะสี และสังกะสีผสมกับแมงกานีสไดออกไซด์ ปราศจากโลหะหนัก ทำให้แบตเตอรี่ชนิดนี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย บริษัทได้เปิดโรงงานแห่งใหม่เพื่อผลิตแบตเตอรี่ชนิดนี้ให้ได้ 300 ล้านชิ้นต่อปี
นอกจากนี้ ยังมีบริษัท Solicore ซึ่งสามารถผลิตแบตเตอรี่แบบบางจากวัสดุลิเธียมผสมโพลีเมอร์ และทนความร้อนสูงได้ถึง 135 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ เพราะขั้นตอนการผลิตบัตรสมาร์ทการ์ดต้องมีการลามิเนตที่อุณหภูมิสูง ทำให้แบตเตอรี่ของ Solicore สามารถใช้ในบัตรสมาร์ทการ์ดที่เรียกว่า One Time Password Card หรือ OTP card ซึ่งต้องมีแหล่งพลังงานเพื่อทำให้จอแสดงตัวเลขบนบัตรทำงานได้เมื่อกดปุ่มบนบัตร และเป็นแหล่งพลังงานให้แก่หน่วยความจำและชิพประมวลผลรหัส
บัตรเครดิตชนิดนี้ใช้ในบางประเทศแล้ว เพื่อใช้ซื้อสินค้าบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย ทั้งยังใช้งานกับ Battery Assisted Passive RFID เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งสัญญาณของวงจร RFID จากเดิมที่ส่งได้ไกลเพียง 10 เมตร ให้ส่งได้ไกลถึง 50 เมตรเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่าโอกาสทางธุรกิจของแบตเตอรี่แบบพิมพ์ได้นี้ยังมีอีกมากมายสำหรับคนที่มีไอเดียดีๆ
(คอลัมน์เทคโนโลยีปริทรรศน์ โดย ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ ผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการนาโนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องกลจุลภาค ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เมธีวิจัย สกว.)