Innovation

สิ่งประดิษฐ์เพื่อสัตว์น้ำของม.บูรพา

2 พ.ค. 2555

 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาได้รับการจดอนุสิทธิบัตรผลงานสิ่งประดิษฐ์ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการนำผลงานไปใช้ประโยชน์เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ  จำนวน 2 ชิ้นงาน ได้แก่  กรรมวิธีการเก็บรักษาถุงเก็บน้ำเชื้อของกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) ด้วยวิธีการแช่เย็น และพรีมิกซ์สำหรับผสมน้ำจืดเพื่อใช้เลี้ยงสัตว์น้ำ

 อนุสิทธิบัตรเรื่อง กรรมวิธีการเก็บรักษาถุงเก็บน้ำเชื้อของกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) ด้วยวิธีการแช่เย็น  เลขที่อนุสิทธิบัตร    5986  ได้รับการอนุมัติจดทะเบียน   17 กุมภาพันธ์ 2554 โดย  รศ.ดร. วีรพงศ์ วุฒิพันธุ์ชัย และ  รศ.ดร. สุบัณฑิต นิ่มรัตน์  อาจารย์ประจำภาควิชาวาริชศาสตร์ และภาควิชาจุลชีววิทยา  คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

 ผลงานชิ้นนี้เป็นการพัฒนาเทคนิค และวิธีการเก็บถุงเก็บน้ำเชื้อของกุ้งกุลาดำแบบแช่เย็น  โดยนำมาเก็บไว้ในสูตรน้ำยาที่เหมาะสม ผสมกับยาปฏิชีวนะก่อนที่จะนำไปแช่เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 0–4 องศาเซลเซียส เพื่อยืดเวลาการเก็บรักษาถุงเก็บน้ำเชื้อให้นานขึ้นก่อนนำไปใช้ผสมเทียม ซึ่งจะเป็นการยกระดับความสามารถในการผลิตลูกพันธุ์กุ้งที่ได้คุณภาพและมาตรฐานที่สูง  โดยการพัฒนากรรมวิธีการเก็บรักษาถุงเก็บน้ำเชื้อ (spermatophores) ของกุ้งกุลาดำด้วยวิธีการแช่เย็น ที่มีการใช้สูตรน้ำยา คือ มิเนอรัลออย ผสมกับยาปฏิชีวนะ ที่ระดับความเข้มข้นระหว่าง 0.1-3 เปอร์เซ็นต์ ที่อุณหภูมิระหว่าง 0-4 องศาเซลเซียส นานถึง 50 วัน  ทำให้ยืดเวลาการเก็บรักษาเซลล์สเปิร์มได้นานขึ้นก่อนที่จะถูกนำไปใช้ในการผสมเทียม  ซึ่งสามารถนำไปใช้ในโรงเพาะฟักกุ้ง (hatchery)  ส่งผลให้สามารถควบคุมการจัดการในเรื่องการเพาะฟักผลิตลูกกุ้งกุลาดำที่มีคุณภาพดีได้ง่ายขึ้น 

 อนุสิทธิบัตรเรื่องนี้มีจุดเด่นที่สามารถนำเอาถุงเก็บน้ำเชื้อของกุ้งกุลาดำมาแช่เย็นช่วงหนึ่ง และสามารถนำมาผสมเทียมกับแม่กุ้งกุลาดำได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่าการใช้ถุงเก็บน้ำเชื้อสดที่รีดออกมาใหม่ๆจากพ่อพันธุ์ (fresh spermatophore) ทำให้การจัดการเพาะพันธุ์กุ้งกุลาดำด้วยวิธีการผสมเทียมมีความสะดวกขึ้น   อนุสิทธิบัตรเรื่องนี้เป็นประโยชน์โดยตรงต่อภาคการผลิตที่ทำการเพาะพันธุ์กุ้งกุลาดำ ที่ต้องใช้พ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำที่รวบรวมจากธรรมชาติ ซึ่งหาได้ยากมากและไม่แน่นอน ทำให้ผู้ประกอบการเพาะพันธุ์กุ้งกุลาดำขณะนี้ใช้พ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำจากบ่อเลี้ยงมาเพาะพันธุ์    

 การนำเอาเทคนิคการแช่เย็นถุงเก็บน้ำเชื้อกุ้งกุลาดำมาใช้ประโยชน์สามารถนำเอาถุงเก็บน้ำเชื้อของพ่อพันธุ์ที่รวบรวมจากธรรมชาติ หรือพ่อพันธุ์จากบ่อเลี้ยงมาเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิต่ำช่วงเวลาหนึ่งก่อนการผสมเทียม ทำให้การจัดการในโรงเพาะฟักระหว่างการผสมเทียมมีความสะดวกขึ้น  

 “การจดสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรมีข้อดีที่ผลงานการประดิษฐ์ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และการนำผลงานไปใช้ประโยชน์เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ      อย่างไรก็ตามอุปสรรคของการจดทะเบียนสิทธิบัตรที่ล่าช้ามากจนเกินไป ใช้เวลา 5 ปีขึ้นไป อันเนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบมีน้อยเมื่อเทียบกับผลงานการประดิษฐ์ที่ขอจด และการตรวจสอบขั้นตอนการประดิษฐ์จำเป็นต้องใช้เวลานานมากเพื่อยืนยันความใหม่และการใช้ประโยชน์  ทำให้ผู้ประดิษฐ์บางส่วนไม่อยากจดสิทธิบัตร   ในทำนองเดียวกันของการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรแม้จะใช้เวลาสั้นกว่าในการอนุมัติอนุสิทธิบัตร ก็มีปัญหาความล่าช้าเช่นกัน” เจ้าของอนุสิทธิบัตรกล่าวปิดท้าย

 ผลงานชิ้นที่ 2 ชื่อว่า  พรีมิกซ์สำหรับผสมน้ำจืดเพื่อใช้เลี้ยงสัตว์น้ำ  อนุสิทธิบัตรเลขที่ 0503001417 ของ ผศ. ดร. บุญรัตน์ ประทุมชาติ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาและคุณนุจรินทร์      ดีประเสริฐดำรง  บุคคลภายนอก ซึ่งมีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามเนื่องจากปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น ปลาทะเลสวยงามได้รับความนิยมอย่างสูง เพื่อความสวยงามและเพลิดเพลินในที่พักอาศัยและเพื่อการค้า

  การเลี้ยงปลาทะเลโดยทั่วไป น้ำที่ใช้ในการเลี้ยงจะมีการใช้เกลือแร่เพื่อปรับสภาพน้ำจืดให้มีความเค็ม หรือคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำทะเล เนื่องจากหากใช้น้ำทะเลโดยตรงจะประสบปัญหาความยุ่งยากในการขนส่ง รวมถึงต้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับจัดเก็บน้ำทะเล โดยในขั้นตอนของการเตรียมน้ำสำหรับเลี้ยงปลาทะเล ต้องใช้เวลาในการปรับสภาพน้ำนาน 30-45 วัน จึงจะสามารถนำปลาลงเลี้ยงได้

 นอกจากนี้ในระยะยาวผลกระทบของเกลือแร่ที่ใช้ จะมีผลทำให้ตู้ปลาและอุปกรณ์ภายในตู้ปลาสึกหรอ จากการทดลองเบื้องต้นของผู้ประดิษฐ์ทำให้ทราบว่าปลาทะเลสามารถดำรงชีวิตได้หากมีการปรับปริมาณแร่ธาตุได้อย่างเหมาะสม จึงได้มีการพัฒนาพรีมิกซ์สำหรับผสมน้ำจืดเพื่อใช้เลี้ยงสัตว์น้ำขึ้น ซึ่งประกอบด้วยแร่ธาตุที่พบตามธรรมชาติ เช่น คลอรีน โซเดียม แมกนีเซียม ซัลเฟอร์ แคลเซียม และโปแตสเซียม เป็นต้น ร่วมกับวิตามินที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ ได้แก่ วิตามินซี และกลุ่มวิตามินบี  และจุลินทรีย์หลายชนิด ที่ช่วยบำบัดน้ำ ควบคุมและรักษาโรคสัตว์น้ำ ผู้เลี้ยงสามารถที่จะนำพรีมิกซ์ดังกล่าวไปผสมน้ำเพื่อใช้เองที่บ้าน ระยะเวลาการเตรียมน้ำลดลง เป็นการประหยัดเวลา และลดค่าใช้จ่าย รวมถึงเป็นวิธีการปรับคุณสมบัติของน้ำให้เหมาะสมต่อการเลี้ยงสัตว์น้ำ

 พรีมิกซ์สำหรับผสมน้ำจืดเพื่อใช้เลี้ยงสัตว์น้ำ ประกอบด้วยแร่ธาตุที่พบตามธรรมชาติ เช่น คลอรีน โซเดียม แมกนีเซียม ซัลเฟอร์ แคลเซียม และโปแตสเซียม เป็นต้น และวิตามินที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ ได้แก่ วิตามินซี และกลุ่มวิตามินบี ร่วมด้วยการใช้จุลินทรีย์ที่ช่วยบำบัดน้ำ สามารถนำไปใช้ได้สะดวก  ลดปัญหาในการเตรียมน้ำและการจัดการระหว่างเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถที่จะเลี้ยงปลาทะเลร่วมกับปลาน้ำจืดได้โดยไม่เป็นอันตราย ใน aquarium พร้อมช่วยควบคุมและรักษาโรคที่จะเกิดขึ้นกับสัตว์น้ำ ช่วยให้สัตว์น้ำมีสุขภาพดี สีสันสวยงาม

 ทั้งนี้ เจ้าของผลงานที่ได้รับอนุสิทธิบัตรได้กล่าวปิดท้ายถึงข้อดีในการจดรับรองอนุสิทธิว่าถือเป็นการคุ้มครองสิทธิ และเป็นการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ในฐานข้อมูลสิทธิบัตรทั่วโลกแต่มีข้อเสีย คือ ใช้เวลาในการจดทะเบียนค่อนข้างนาน

 ส่วนของการจดรับรองสิทธินั้น เจ้าของผลงานทั้ง 2 ชิ้นมีความคิดเห็นตรงกันว่าเป็นข้อดี เพราะผลงานการประดิษฐ์ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย  พร้อมทั้งได้ประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ทั่วโลกให้เป็นที่รู้จักเพื่อการนำผลงานไปใช้ประโยชน์เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ  แต่ยังมีข้อเสียในด้านการอนุมัติอนุสิทธิบัตร ก็มีปัญหาความล่าช้า 

อย่างไรก็ดีหากผู้สนใจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่คณะวิทยาศาสตร์ โทรศัพท์  0-3810-3010-11

ข่าวล่าสุด