Idea
พลังคิดแต้มนวัตกรรม
17 เม.ย. 2555



วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์ ผู้ก่อตั้งบริษัท บาธรูมดีไซน์ จำกัด
เหลือเวลาอีก 3 ปี ก่อนประตูอาเซียนจะเปิดกว้าง เพื่อให้การค้าการลงทุนเป็นไปอย่างเสรี ช่องทางนี้จึงเป็นตัวเร่งให้ผู้ประกอบการกลับมาคิดพัฒนาสินค้า โดยใช้การออกแบบสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มไลฟ์สไตล์ ที่ดูจะกอบโกยรายได้จากพลังสร้างสรรค์อันดับต้นๆ
“มูลค่าการส่งออกของสินค้าไลฟ์สไตล์ ณ วันนี้ อยู่ที่ 9 หมื่นล้านบาทต่อปี และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง 3-5% ต่อปี แม้จะหยุดชะงักไปบ้างในช่วงวิกฤติน้ำท่วม แต่ตลาดในยุโรปยังคงสดใส” ข้อมูลจาก จิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย
สินค้าในกลุ่มไลฟ์สไตล์ในที่นี้รวมถึงของขวัญ ของชำร่วย สินค้าตกแต่งบ้าน สิ่งทอ จิวเวลรี่ และเฟอร์นิเจอร์
แม้ว่าวันนี้อเมริกาจะไม่ใช่ตลาดที่หอมหวานของกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ ในทางกลับกันยุโรปและเอเชีย โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น กลับเป็นตลาดใหญ่ที่ให้ความสนใจ ยืนยันได้จากความสำเร็จจากการผลักดันสินค้าไลฟ์สไตล์ให้โดดเด่นได้ ด้วยส่วนผสมของการออกแบบในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา
บทเรียนความสำเร็จ
วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์ ผู้ก่อตั้งบริษัท บาธรูมดีไซน์ จำกัด เจ้าของแบรนด์สุขภัณฑ์สัญชาติไทยที่ใช้ดีไซน์เป็นตัวนำ กล่าวว่า บริษัทเริ่มต้นทำธุรกิจจากความเคยชิน ในฐานะผู้รับจ้างผลิต จนกระทั่งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้หันกลับมามองถึงการพัฒนาสินค้าให้มีความโดดเด่น ด้วยการออกแบบและนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
บาธรูมดีไซน์ สร้างความตื่นตะลึงให้แก่วงการสุขภัณฑ์กับสินค้าชิ้นแรก อ่างอาบน้ำอัจฉริยะมีฟังก์ชัน อ่างน้ำวน (i-SPA) ที่การันตีสินค้าด้วยอะไหล่ และบริการที่มีพร้อม ซึ่งหาไม่ได้ในสินค้านำเข้าที่ต้องขึ้นอยู่กับดีลเลอร์ ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จัก
จากนั้นในช่วง 5-6 ปี ที่ผ่านมา บาธรูมดีไซน์ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมให้อ่างอาบน้ำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอ่างอาบน้ำที่เปลี่ยนสีได้ตามจังหวะเพลงเมื่อเชื่อมต่อเครื่องเล่นเอ็มพี3 หรือไอพอด อ่างอาบน้ำที่มีหน่วยความจำ สามารถเมมโมรี่ระดับน้ำและอุณหภูมิที่เหมาะสมของแต่ละคนในครอบครัวเพื่อสะดวกต่อการใช้งาน
หรือแม้แต่อ่างอาบน้ำที่ติดเทคโนโลยี i-wave สั่งให้น้ำหยุดได้เพียงใช้มือโบก อ่างอาบน้ำแบบเติมโอโซน อ่างอาบน้ำวนลดหุ่น และอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากแนวคิดสร้างสรรค์ พัฒนาดีไซน์ให้เหมาะกับการใช้งาน
ปัจจุบันบาธรูมดีไซน์มีพนักงานอยู่ราว 500 คน โดย 30 คนทำงานด้านวิจัยและพัฒนาในฐานะดีไซเนอร์ และอีกกว่าครึ่งเป็นวิศวกร ที่ยังคงเดินหน้าพัฒนาสินค้า โดยมองถึงเทรนด์สังคมผู้สูงอายุ และสิ่งแวดล้อม เช่น ราวจับในห้องน้ำที่ติดเซ็นเซอร์แจ้งเตือนขณะลื่นล้ม อ่างอาบน้ำที่ประหยัดน้ำมากที่สุดในโลก ตลอดจนโถสุขภัณฑ์แปลงร่างเป็นกระถางปลูกต้นไม้ ซึ่งได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าโรงแรม และสปา
เปิดมุมมองไลฟ์สไตล์
“สินค้าในกลุ่มไลฟ์สไตล์ มีความน่าสนใจ เพราะสามารถใส่พลังการออกแบบเข้าไปได้มากถึง 80% ขณะที่องค์ความรู้ เครื่องมือ และวัตถุดิบสามารถหาได้จากในประเทศ” เลขาธิการสมาพันธ์ฯ กล่าว
ภาพรวมของสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ในบ้านเราทุกวันนี้ ถือว่าสอบผ่านแล้วในระดับหนึ่งในเรื่องของดีไซน์ แต่สิ่งที่ขาดคือนวัตกรรมที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งได้ในตลาดโลก
ในมุมมองของผู้ก่อตั้งบริษัท บาธรูมดีไซน์ ให้ความเห็นว่า หลายครั้งที่การสร้างสรรค์นวัตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นจากการค้นคว้าข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากจินตนาการ และการต่อยอดให้เกิดขึ้นจริงและขายได้ในตลาด
“การสร้างจุดเด่นให้กับสินค้า และพึ่งพาตัวเองได้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสินค้า สามารถแข่งขันในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นโกลบอลเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ” วัชรมงคล กล่าว
อย่างไรก็ตาม การคิดสร้างนวัตกรรมให้กับสินค้าที่มีอยู่เดิมอาจไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งต้องใช้เวลา อย่างบาธรูมดีไซน์เอง ได้ทุ่มเทพลังความคิดและทำงานร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะองค์กรสนับสนุน มองหาองค์ความรู้ ร่วมสร้างนวัตกรรม ตลอดจนช่วงแบกรับความเสี่ยงด้วยเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย เพื่อใช้ในการลงทุน
ขณะที่การเวทีประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ รางวัลด้านการออกแบบจากเวทีต่างๆ มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้สินค้าและแบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และด้วยตัวสินค้าที่มีความโดดเด่นอยู่แล้ว การเข้าไปอยู่ในใจลูกค้า จึงไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป