Innovation

ของจริงVS.ก๊อบปี้

2 ก.พ. 2555

'โฮโลแกรม' เทคโนโลยีการพิมพ์ล่าสุด ที่ทำให้นักโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญาต้องกุมขมับ ด้วยเทคนิคการพิมพ์รูปสามมิติที่พิเศษและซับซ้อน ไม่สามารถเลียนแบบด้วยการถ่ายเอกสารหรือสแกน แต่ผู้บริโภคสามารถมองเห็นลายพิมพ์โฮโลแกรมได้ง่ายและชัดเจนที่สุด เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีลายน้ำที่ซ่อนตัวอยู่บนบรรจุภัณฑ์

 นวัตกรรมโฮโลแกรม เปรียบเสมือนความหวังของผู้ผลิตสินค้าในการแก้ปัญหาสินค้าปลอมแปลง ขณะเดียวกันก็เป็นความหวังของ "แสงอินเตอร์ลามิเนท" ผู้ให้บริการในธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ในฐานะผู้บุกเบิกนวัตกรรมนี้ในไทยให้เป็นเครื่องมือชิงความเป็นเบอร์หนึ่งในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน

: จ่ายแพง ปิดประตูโจร

 บุญชู ศิริสกาวกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แสงอินเตอร์ลามิเนท จำกัด กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ผู้ผลิตงานพริ้นต์ต่างคุ้นเคยกับการพิมพ์ลงฟิล์มอย่างเดียว แต่เมื่อมีเทคโนโลยีการพิมพ์โฮโลแกรมจากญี่ปุ่น  ซึ่งต่อมาเกาหลีและไต้หวัน ได้พัฒนาสู่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตเป็นเครื่องจักร ที่รองรับเทคโนโลยีนี้มากขึ้น ไม่นานก็เริ่มได้รับความนิยมที่จีน อินเดียและทั่วโลก

 เมืองไทยมีผู้นำเข้าเครื่องจักรนี้มาผลิตน้อยมาก เนื่องจากแม่พิมพ์มีราคาสูงหลักแสนถึงล้านบาท ทำให้ผู้ผลิตยังจำกัดอยู่ไม่น่าจะเกิน 10 รายทั่วประเทศเพื่อใช้ในการออกแบบแพทเทิร์น หรือโลโก้สินค้า ซึ่งเจ้าของผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคปรารถนาจะใช้ความสามารถพิเศษของเทคโนโลยีนี้ ดึงดูดความสนใจของลูกค้าอีกทอดหนึ่ง

 "ที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนั้น เพราะติดที่ค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการทำแพ็คเกจจิ้งมากขึ้นอีกประมาณ 15-20% ขณะที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้เพียง 10-15% เท่านั้น"

 แต่ถึงอย่างไร บุญชู ก็ยังการันตีว่า มันก็คุ้มค่ากับการจ่ายไปครั้งนี้ เขาเล่าถึงแผนการตลาดแรกๆ ให้ฟังว่า จากการศึกษาตลาดต่างประเทศ พวกเขายอมทุ่มเม็ดเงินจำนวนมาก เพื่อการสร้างแบรนด์ผ่านบรรจุภัณฑ์ จึงมองแต่กลุ่มลูกค้าพรีเมียมเท่านั้น เนื่องจากตระหนักดีว่าค่าใช้จ่ายสูง

 แต่เมื่อเจอกรณีลูกค้าเจ้าแรกๆ อย่าง ครีมกวนอิม  โดนปลอมสินค้าตามตลาดชายแดนเสียหายไปเดือนละกว่า 2-3 ล้านตลับ เขาจึงหาทางออกด้วยการใช้เทคโนโลยีนี้ในแพ็คเกจจิ้งให้กับกลุ่มลูกค้าที่ทำสินค้า Mass เพื่อสื่อความเป็นตัวจริงในตลาด

 ผลลัพธ์ที่ได้ หลังจากเพิ่มเม็ดเงินอีก 50 สตางค์ต่อตลับ ยอดสินค้าที่หายไปกลับมาสู่อ้อมกอดของกวนอิมอีกครั้ง

 ผู้นำเข้าเทคโนโลยีโฮโลแกรม กล่าวว่า ก่อนจะตัดสินใจใช้การพิมพ์นี้ ให้ลูกค้าพิจารณาตัวเองก่อนว่า สินค้าของตนขายดีแค่ไหน ซึ่งสินค้าควรจะมากกว่า 1-2 หมื่นแพ็ค เป็นต้น หรือถูกปลอมแปลงมากเพียงไร ถ้าถูกก๊อบปี้ 10-20% จากยอดจำหน่ายทั้งหมด ก็ควรให้ความสำคัญกับการพริ้นต์สีบนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ ถ้ายิ่งผลิตภัณฑ์มีชื่อเสียงพอสมควรแล้ว ก็ไม่ควรเสี่ยงกับการปลอมแปลงสินค้าที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

 นอกจากนั้น ธุรกิจอาหารที่มีความปลอดภัยสูง (Food Safety) เช่น กลุ่มยา วิตามิน อาหารเสริมสุขภาพ อาหารกระป๋องหรือเครื่องสำอาง ก็เป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่เทคโนโลยีนี้อาจเป็นตัวเลือกที่ดีได้

: ชี้เทรนด์การพิมพ์

  บุญชู กล่าวต่อว่า ถึงแม้ว่าจุดอ่อนของเทคโนโลยีการพิมพ์ในปัจจุบัน ยังมีองค์ประกอบบางอย่างที่ไม่เอื้อต่อสิ่งแวดล้อมอยู่บ้าง ประกอบกับกระแสกรีน เข้ามาช่วยลดปริมาณการใช้พลาสติก เปลี่ยนเป็นกระดาษกันมากแล้ว จนเกิดความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่าก็ตาม แต่ด้วยปัจจัยต้นทุนที่สูง และค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ก็ทำให้ผู้ผลิตหลายรายยังต้องชั่งใจว่าจะเลือกพิจารณาจากจุดไหนก่อน

 ทั้งนี้ ผู้คร่ำหวอดในวงการพิมพ์ ยังเชื่อมั่นว่าแนวโน้มเทคโนโลยีการพิมพ์นี้จะได้รับการพัฒนาเรื่อยๆ โดยจะมีเทคโนโลยีใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ต้นทางการผลิตวัสดุ ด้วยการใช้ผลผลิตทางการเกษตร เช่น กระดาษที่ผลิตจากเมล็ดข้าวโพด หรือพวกสารเคมีต่ำ (Low Toxicity) ไม่มีสารตะกั่วหรือไม่มีน้ำมัน หรือ นำถั่วเหลืองมาผลิตเป็นน้ำหมึก เป็นต้น

 "กล่องบรรจุภัณฑ์ที่ดี นอกจากจะสวยงาม แข็งแกร่ง สามารถปกป้องสินค้าได้แล้ว ยังต้องทำลายตัวเองได้ด้วย สามารถรีไซเคิลได้ทันทีที่ใช้งานเสร็จ แต่ถ้าไม่ต้องการทิ้งจริงๆ ก็ต้องอาศัยเทคโนโลยีใหม่ๆ  มาสนอง เช่นนำกระดาษเคลือบกันน้ำด้วยสารโพลีเมอร์ นอกจากจะป้องกันสินค้าไม่ให้โดนความชื้นแล้ว เราก็ยังสามารถใช้กระดาษนั้นผลิตเป็นเรือได้ เป็นต้น" บุญชู ให้แนวคิดทิ้งท้าย 

 

ข่าวล่าสุด